รู้เท่าทันภัยการเงิน

Banner image alt

มีเงินก้อน แต่ขาดความรู้ ระวังตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพทางการเงิน

รู้เท่าทันภัยการเงิน
7/7/2026
Share

Highlight

         เงินก้อนที่เก็บสะสมมานานอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมายทางการเงินหลายอย่าง แต่หากขาดความรู้และความระมัดระวัง ก็อาจกลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพออนไลน์ได้
         ทุกวันนี้กลลวงทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการหลอกลงทุน หลอกโอนเงิน การส่งลิงก์ปลอม ร้านค้าปลอม หรือการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ การรู้เท่าทันวิธีการเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับตัวเอง
 

OG-Image-(1).jpg

ทำไมคนมีเงินก้อนจึงตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพได้ง่าย

       เมื่อมีเงินเย็นก้อนใหญ่อยู่ในบัญชี หลายคนมักเริ่มมองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การออม การต่อยอดทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้แต่อิสระในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อความสุขตัวเอง แต่หากยังไม่มีความรู้มากพอ ก็อาจตัดสินใจจากความเชื่อใจ ความโลภ หรือความกลัวพลาดโอกาสได้ง่าย
       มิจฉาชีพมักใช้จุดอ่อนเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวง โดยเฉพาะการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ปลอม หรือการแอบอ้างบุคคลและหน่วยงานที่มีชื่อเสียง

5 กลลวงทางการเงินที่คนมีเงินก้อนควรรู้ทัน

       แม้รูปแบบการหลอกลวงจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่มักอาศัยหลักจิตวิทยาคล้ายกัน คือสร้างความน่าเชื่อถือ เร่งให้ตัดสินใจ และกระตุ้นให้เหยื่อทำธุรกรรมโดยไม่ทันตรวจสอบข้อมูล

1. หลอกลงทุนออนไลน์ ผลตอบแทนสูงเกินจริง

        การหลอกลงทุนออนไลน์ยังคงเป็นหนึ่งในกลโกงที่พบได้บ่อย โดยมักอ้างผลตอบแทนสูงภายในระยะเวลาอันสั้น มีภาพกำไรปลอม รีวิวปลอม กลุ่มไลน์ที่มีหน้าม้าเป็นแก๊งมิจฉาชีพเอง หรือสร้างความน่าเชื่อถือผ่านบุคคลที่มีชื่อเสียง
หากเป็นการลงทุนที่มีการรับประกันผลตอบแทน หรือชักชวนให้รีบลงทุนโดยไม่เปิดโอกาสให้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

2. หลอกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพนักงานธนาคาร

       มิจฉาชีพอาจโทรศัพท์มาแจ้งว่าบัญชีของคุณมีความผิดปกติ เกี่ยวข้องกับคดีความ หรือจำเป็นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนจะขอข้อมูลส่วนตัวหรือโน้มน้าวให้โอนเงิน ควรจำไว้เสมอว่าหน่วยงานภาครัฐและธนาคารจะไม่ขอรหัสผ่าน รหัส OTP หรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี

3. หลอกให้กดลิงก์ปลอม

        SMS หรือข้อความที่อ้างว่าเป็นพัสดุตกค้าง รับสิทธิพิเศษ หรือยืนยันข้อมูลบัญชี อาจพาคุณไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขโมยข้อมูลทางการเงิน ก่อนกดลิงก์ใด ๆ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้แน่ชัดทุกครั้ง


4. หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันอันตราย

       มิจฉาชีพบางกลุ่มจะส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปที่ไม่ได้อยู่บน App Store หรือ Google Play Store โดยอ้างว่าเป็นแอปลงทุน แอปยืนยันตัวตน หรือแอปรับสิทธิพิเศษ เมื่อผู้ใช้งานติดตั้ง แอปเหล่านี้อาจเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ หรือควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกลได้

5. หลอกโอนเงินเพื่อแก้ปัญหาบัญชี

       มีผู้เสียหายไม่น้อยที่ถูกให้หลอกโอนเงินเพราะเชื่อว่ากำลังแก้ไขธุรกรรมผิดพลาด ยืนยันตัวตน หรือป้องกันการถูกอายัดบัญชี หากมีใครขอให้โอนเงินเพื่อแก้ปัญหาทางการเงิน ควรหยุดตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานนั้นโดยตรงผ่านช่องทางทางการก่อนเสมอ

 

ถูกหลอกโอนเงิน หรือโดนมิจฉาชีพออนไลน์หลอก ต้องทำอย่างไร

       หากรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะยิ่งปล่อยเวลาผ่านไป โอกาสในการติดตามเส้นทางการเงินก็จะยิ่งลดลง

1. ตั้งสติและหยุดทำธุรกรรมทันที

       หยุดการโอนเงิน ยุติการสนทนา และไม่ดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติมตามคำแนะนำของมิจฉาชีพที่ติดต่อมา


2. ติดต่อธนาคารโดยเร็วที่สุด

       รีบแจ้งธนาคารที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อขอคำแนะนำและดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม ยิ่งแจ้งเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการจำกัดความเสียหายได้มากขึ้น


3. รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน 

เตรียมข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เช่น

  • สลิปการโอนเงิน
  • เลขบัญชีปลายทาง
  • ภาพหน้าจอบทสนทนา
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อ
  • ลิงก์เว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้อง
  • วันและเวลาที่เกิดเหตุ

หลักฐานเหล่านี้จะช่วยให้การดำเนินคดีและการตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น


4. แจ้งความออนไลน์

       ผู้เสียหายสามารถแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบบริหารจัดการคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเตรียมข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนแจ้งความออนไลน์ ได้แก่

  • ข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย
  • หลักฐานการโอนเงิน
  • รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • ข้อมูลบัญชีปลายทาง
  • หลักฐานการสนทนาหรือการติดต่อ

หลังจากส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ควรบันทึกเลขรับเรื่องหรือหมายเลขคดีไว้เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการต่อไป


ช่องทางช่วยเหลือเมื่อถูกมิจฉาชีพหลอก

       หากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ ควรรีบดำเนินการผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด


ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีทันที

  • เตรียมข้อมูลธุรกรรมและหลักฐานการโอนเงินให้พร้อม
  • แจ้งเหตุอายัดบัญชี และขอคำแนะนำในการดำเนินการ
  • นำ Bank Case ID ไปแจ้งความ
 

แจ้งเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

  • สายด่วนศูนย์ AOC 1441
  • แจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Thai Police Online 
 

5. ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

       เก็บเอกสารและหลักฐานทั้งหมดไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง พร้อมติดตามความคืบหน้าของคดีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
 

วิธีป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพออนไลน์

      แม้กลลวงจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่เป้าหมายของมิจฉาชีพมักเหมือนเดิม คือหลอกเอาข้อมูลสำคัญหรือหลอกให้โอนเงิน การป้องกันตนเองสามารถทำได้ดังนี้

  1. ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง
  2. ไม่เชื่อข้อเสนอการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
  3. ไม่เปิดเผยรหัส OTP, PIN หรือรหัสผ่านแก่ผู้อื่น
  4. หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  5. ติดตั้งแอปพลิเคชันจาก App Store หรือ Google Play Store เท่านั้น
  6. ตรวจสอบข้อมูลผู้ชักชวนลงทุนหรือทำธุรกรรมทุกครั้ง
  7. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือคนใกล้ตัวก่อนตัดสินใจเรื่องการเงินที่มีมูลค่าสูง
 

มีเงินก้อน ควรลงทุนบนความรู้ ไม่ใช่ความรีบร้อน

       เงินก้อนคือจุดเริ่มต้นของเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญในอนาคต แต่หากขาดความรู้และความระมัดระวัง ก็อาจกลายเป็นโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาสร้างความเสียหายได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลงทุนออนไลน์ การหลอกโอนเงิน หรือกลลวงทางการเงินรูปแบบอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจทุกครั้ง เพราะความรอบคอบมักเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
 

ใช้งานแอป Kept อย่างปลอดภัยมากขึ้น

       แม้ทุกวันนี้มิจฉาชีพจะมีวิธีเข้าถึงเหยื่อได้แนบเนียนขึ้น แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการยังคงเหมือนเดิม นั่นคือเงินเก็บที่หลายคนใช้เวลาและความตั้งใจสะสมมาเป็นเวลานาน การป้องกันตัวเองจึงไม่ได้มีแค่การรู้ทันข่าวหรือกลลวงรูปแบบใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใส่ใจความปลอดภัยในการใช้บริการทางการเงินในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องเงินเก็บของเราให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

  • อัปเดตแอปฯ Kept ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
  • อัปเดตระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
  • ไม่กดลิงก์จาก SMS อีเมล หรือข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ไม่เปิดเผย OTP, PIN หรือข้อมูลสำคัญทางการเงินแก่บุคคลอื่น
  • ตรวจสอบรายการธุรกรรมในบัญชีเป็นประจำ

 

หากพบธุรกรรมผิดปกติ สงสัยว่าถูกหลอกโอนเงิน หรืออาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ 

  • สำหรับลูกค้า Kept by krungsri หากพบพฤติกรรมต้องสงสัย หรือเชื่อว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ติดต่อ Kept help center ทันที โทร. 02-296-6299 กด 1 (ตลอด 24 ชั่วโมง) 
  • สายด่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยา โทร 1572 กด 5 ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
 

คำถามที่พบบ่อย
1. ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินแล้ว ยังมีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่?

  • โอกาสในการติดตามเงินคืนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะความรวดเร็วในการแจ้งธนาคารและแจ้งความออนไลน์ หากดำเนินการทันทีหลังเกิดเหตุ อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการจำกัดความเสียหายได้มากขึ้น

2. หากสงสัยว่าเป็นการหลอกลงทุนออนไลน์ ควรทำอย่างไร?

  • ควรหยุดโอนเงินหรืองดทำธุรกรรมเพิ่มเติมทันที และตรวจสอบข้อมูลของผู้ชักชวนหรือแพลตฟอร์มนั้นผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจลงทุน

3. มิจฉาชีพรู้ข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างไร?

  • ข้อมูลส่วนตัวอาจรั่วไหลได้จากหลายช่องทาง เช่น การกดลิงก์ปลอม การกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ การติดตั้งแอปพลิเคชันอันตราย หรือการเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียโดยไม่ตั้งใจ
แหล่งอ้างอิง
[1] สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. คู่มือการใช้งานระบบรับแจ้งความออนไลน์ เฉพาะคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2026
[2] ธนาคารแห่งประเทศไทย. กลโกงออนไลน์อื่น ๆ. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2026
[3] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. รู้ทันกลโกง จับกลลวงให้ทัน (2023). สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2026