มีเงินก้อน แต่ขาดความรู้ ระวังตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพทางการเงิน
Highlight
เงินก้อนที่เก็บสะสมมานานอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมายทางการเงินหลายอย่าง แต่หากขาดความรู้และความระมัดระวัง ก็อาจกลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพออนไลน์ได้
ทุกวันนี้กลลวงทางการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการหลอกลงทุน หลอกโอนเงิน การส่งลิงก์ปลอม ร้านค้าปลอม หรือการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่าง ๆ การรู้เท่าทันวิธีการเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับตัวเอง
.jpg)
ทำไมคนมีเงินก้อนจึงตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพได้ง่าย
เมื่อมีเงินเย็นก้อนใหญ่อยู่ในบัญชี หลายคนมักเริ่มมองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การออม การต่อยอดทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้แต่อิสระในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อความสุขตัวเอง แต่หากยังไม่มีความรู้มากพอ ก็อาจตัดสินใจจากความเชื่อใจ ความโลภ หรือความกลัวพลาดโอกาสได้ง่าย
มิจฉาชีพมักใช้จุดอ่อนเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวง โดยเฉพาะการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ปลอม หรือการแอบอ้างบุคคลและหน่วยงานที่มีชื่อเสียง
5 กลลวงทางการเงินที่คนมีเงินก้อนควรรู้ทัน
แม้รูปแบบการหลอกลวงจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ส่วนใหญ่มักอาศัยหลักจิตวิทยาคล้ายกัน คือสร้างความน่าเชื่อถือ เร่งให้ตัดสินใจ และกระตุ้นให้เหยื่อทำธุรกรรมโดยไม่ทันตรวจสอบข้อมูล
1. หลอกลงทุนออนไลน์ ผลตอบแทนสูงเกินจริง
การหลอกลงทุนออนไลน์ยังคงเป็นหนึ่งในกลโกงที่พบได้บ่อย โดยมักอ้างผลตอบแทนสูงภายในระยะเวลาอันสั้น มีภาพกำไรปลอม รีวิวปลอม กลุ่มไลน์ที่มีหน้าม้าเป็นแก๊งมิจฉาชีพเอง หรือสร้างความน่าเชื่อถือผ่านบุคคลที่มีชื่อเสียง
หากเป็นการลงทุนที่มีการรับประกันผลตอบแทน หรือชักชวนให้รีบลงทุนโดยไม่เปิดโอกาสให้ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
2. หลอกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพนักงานธนาคาร
มิจฉาชีพอาจโทรศัพท์มาแจ้งว่าบัญชีของคุณมีความผิดปกติ เกี่ยวข้องกับคดีความ หรือจำเป็นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนจะขอข้อมูลส่วนตัวหรือโน้มน้าวให้โอนเงิน ควรจำไว้เสมอว่าหน่วยงานภาครัฐและธนาคารจะไม่ขอรหัสผ่าน รหัส OTP หรือให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี
3. หลอกให้กดลิงก์ปลอม
SMS หรือข้อความที่อ้างว่าเป็นพัสดุตกค้าง รับสิทธิพิเศษ หรือยืนยันข้อมูลบัญชี อาจพาคุณไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขโมยข้อมูลทางการเงิน ก่อนกดลิงก์ใด ๆ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาให้แน่ชัดทุกครั้ง
4. หลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันอันตราย
มิจฉาชีพบางกลุ่มจะส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปที่ไม่ได้อยู่บน App Store หรือ Google Play Store โดยอ้างว่าเป็นแอปลงทุน แอปยืนยันตัวตน หรือแอปรับสิทธิพิเศษ เมื่อผู้ใช้งานติดตั้ง แอปเหล่านี้อาจเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ หรือควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกลได้
5. หลอกโอนเงินเพื่อแก้ปัญหาบัญชี
มีผู้เสียหายไม่น้อยที่ถูกให้หลอกโอนเงินเพราะเชื่อว่ากำลังแก้ไขธุรกรรมผิดพลาด ยืนยันตัวตน หรือป้องกันการถูกอายัดบัญชี หากมีใครขอให้โอนเงินเพื่อแก้ปัญหาทางการเงิน ควรหยุดตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานนั้นโดยตรงผ่านช่องทางทางการก่อนเสมอ
ถูกหลอกโอนเงิน หรือโดนมิจฉาชีพออนไลน์หลอก ต้องทำอย่างไร
หากรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะยิ่งปล่อยเวลาผ่านไป โอกาสในการติดตามเส้นทางการเงินก็จะยิ่งลดลง
1. ตั้งสติและหยุดทำธุรกรรมทันที
หยุดการโอนเงิน ยุติการสนทนา และไม่ดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติมตามคำแนะนำของมิจฉาชีพที่ติดต่อมา
2. ติดต่อธนาคารโดยเร็วที่สุด
รีบแจ้งธนาคารที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อขอคำแนะนำและดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสม ยิ่งแจ้งเร็วเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการจำกัดความเสียหายได้มากขึ้น
3. รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน
เตรียมข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เช่น
- สลิปการโอนเงิน
- เลขบัญชีปลายทาง
- ภาพหน้าจอบทสนทนา
- เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อ
- ลิงก์เว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้อง
- วันและเวลาที่เกิดเหตุ
หลักฐานเหล่านี้จะช่วยให้การดำเนินคดีและการตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. แจ้งความออนไลน์
ผู้เสียหายสามารถแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบบริหารจัดการคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเตรียมข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนแจ้งความออนไลน์ ได้แก่
- ข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย
- หลักฐานการโอนเงิน
- รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
- ข้อมูลบัญชีปลายทาง
- หลักฐานการสนทนาหรือการติดต่อ
หลังจากส่งข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ควรบันทึกเลขรับเรื่องหรือหมายเลขคดีไว้เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการต่อไป
ช่องทางช่วยเหลือเมื่อถูกมิจฉาชีพหลอก
หากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ ควรรีบดำเนินการผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด
ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีทันที
- เตรียมข้อมูลธุรกรรมและหลักฐานการโอนเงินให้พร้อม
- แจ้งเหตุอายัดบัญชี และขอคำแนะนำในการดำเนินการ
- นำ Bank Case ID ไปแจ้งความ
แจ้งเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- สายด่วนศูนย์ AOC 1441
- แจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Thai Police Online
5. ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
เก็บเอกสารและหลักฐานทั้งหมดไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง พร้อมติดตามความคืบหน้าของคดีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ
วิธีป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพออนไลน์
แม้กลลวงจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แต่เป้าหมายของมิจฉาชีพมักเหมือนเดิม คือหลอกเอาข้อมูลสำคัญหรือหลอกให้โอนเงิน การป้องกันตนเองสามารถทำได้ดังนี้
- ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินทุกครั้ง
- ไม่เชื่อข้อเสนอการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง
- ไม่เปิดเผยรหัส OTP, PIN หรือรหัสผ่านแก่ผู้อื่น
- หลีกเลี่ยงการกดลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ติดตั้งแอปพลิเคชันจาก App Store หรือ Google Play Store เท่านั้น
- ตรวจสอบข้อมูลผู้ชักชวนลงทุนหรือทำธุรกรรมทุกครั้ง
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือคนใกล้ตัวก่อนตัดสินใจเรื่องการเงินที่มีมูลค่าสูง
มีเงินก้อน ควรลงทุนบนความรู้ ไม่ใช่ความรีบร้อน
เงินก้อนคือจุดเริ่มต้นของเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญในอนาคต แต่หากขาดความรู้และความระมัดระวัง ก็อาจกลายเป็นโอกาสให้มิจฉาชีพเข้ามาสร้างความเสียหายได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลงทุนออนไลน์ การหลอกโอนเงิน หรือกลลวงทางการเงินรูปแบบอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจทุกครั้ง เพราะความรอบคอบมักเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ใช้งานแอป Kept อย่างปลอดภัยมากขึ้น
แม้ทุกวันนี้มิจฉาชีพจะมีวิธีเข้าถึงเหยื่อได้แนบเนียนขึ้น แต่สิ่งที่พวกเขาต้องการยังคงเหมือนเดิม นั่นคือเงินเก็บที่หลายคนใช้เวลาและความตั้งใจสะสมมาเป็นเวลานาน การป้องกันตัวเองจึงไม่ได้มีแค่การรู้ทันข่าวหรือกลลวงรูปแบบใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใส่ใจความปลอดภัยในการใช้บริการทางการเงินในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องเงินเก็บของเราให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
- อัปเดตแอปฯ Kept ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
- อัปเดตระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบัน
- ไม่กดลิงก์จาก SMS อีเมล หรือข้อความที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ไม่เปิดเผย OTP, PIN หรือข้อมูลสำคัญทางการเงินแก่บุคคลอื่น
- ตรวจสอบรายการธุรกรรมในบัญชีเป็นประจำ
หากพบธุรกรรมผิดปกติ สงสัยว่าถูกหลอกโอนเงิน หรืออาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์
- สำหรับลูกค้า Kept by krungsri หากพบพฤติกรรมต้องสงสัย หรือเชื่อว่าตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ ติดต่อ Kept help center ทันที โทร. 02-296-6299 กด 1 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
- สายด่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยา โทร 1572 กด 5 ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย
1. ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงินแล้ว ยังมีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่?
- โอกาสในการติดตามเงินคืนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะความรวดเร็วในการแจ้งธนาคารและแจ้งความออนไลน์ หากดำเนินการทันทีหลังเกิดเหตุ อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการจำกัดความเสียหายได้มากขึ้น
2. หากสงสัยว่าเป็นการหลอกลงทุนออนไลน์ ควรทำอย่างไร?
- ควรหยุดโอนเงินหรืองดทำธุรกรรมเพิ่มเติมทันที และตรวจสอบข้อมูลของผู้ชักชวนหรือแพลตฟอร์มนั้นผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจลงทุน
3. มิจฉาชีพรู้ข้อมูลส่วนตัวของเราได้อย่างไร?
- ข้อมูลส่วนตัวอาจรั่วไหลได้จากหลายช่องทาง เช่น การกดลิงก์ปลอม การกรอกข้อมูลบนเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ การติดตั้งแอปพลิเคชันอันตราย หรือการเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียโดยไม่ตั้งใจ
[1] สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. คู่มือการใช้งานระบบรับแจ้งความออนไลน์ เฉพาะคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2026
[2] ธนาคารแห่งประเทศไทย. กลโกงออนไลน์อื่น ๆ. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2026
[3] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. รู้ทันกลโกง จับกลลวงให้ทัน (2023). สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน 2026

