4 ทักษะการเงินพื้นฐาน สอนและฝึกลูกวัยเรียนให้จัดการเงินเป็น ภายใน 1 ปี

เทคนิคการออม

4 ทักษะการเงินพื้นฐาน สอนและฝึกลูกวัยเรียนให้จัดการเงินเป็น ภายใน 1 ปี
เทคนิคเก็บเงินได้
7/10/2026
Share

Highlight

       การสอนลูกเรื่องเงินเริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัวอย่างเงินค่าขนม แล้วค่อย ๆ ฝึกให้รู้จักใช้ เก็บออม และวางแผน ผ่าน 4 ช่วงตลอด 1 ปี ตั้งแต่รู้จักการใช้จ่าย ไปจนถึงจัดการเงินและรู้จักความเสี่ยงทางการเงิน
       สอนโดยใช้แนวคิด Pocket เพื่อช่วยให้ลูกเห็นภาพการแบ่งเงินได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดให้เงินแต่ละก้อนมีหน้าที่ เช่น สำหรับใช้ เก็บ และเป้าหมายที่อยากได้ เพื่อให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้การจัดการเงินจากเรื่องใกล้ตัว

OG-Image-(13).jpg

ในช่วงที่ 1 ( มกราคม - มีนาคม ) 3 เดือนแรก: รู้จักเงินและการใช้จ่าย

ช่วง 3 เดือนแรก เน้นให้ลูกเข้าใจว่าเงินมีที่มา มีจำนวนจำกัด และการใช้เงินแต่ละครั้งคือการเลือก

1. รู้ว่าเงินมาจากไหน และต้องแลกกับอะไร
       เริ่มจากเรื่องใกล้ตัว เช่น เงินที่พ่อแม่ใช้จ่ายในบ้านมาจากการทำงาน และเมื่อเราซื้อสินค้าหรือบริการ เรากำลังนำเงินไปแลกกับสิ่งที่ต้องการ การสอนลูกเรื่องเงินผ่านการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันจะทำให้ลูกเข้าใจง่ายขึ้น

2. แยกของจำเป็นกับของที่อยากได้
       ชวนลูกแยกของที่จำเป็น (Needs) กับของที่อยากได้ (Wants) เช่น อาหารกลางวันเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนของเล่นหรือขนมอาจเป็นสิ่งที่อยากได้ จากนั้นให้ลูกลองตัดสินใจว่า หากมีเงินจำนวนหนึ่ง จะเลือกใช้กับอะไร

3. คิดก่อนซื้อ
       ก่อนซื้อของ ลองให้ลูกถามตัวเองว่า “จำเป็นต้องซื้อวันนี้ไหม” แล้ว “ถ้าไม่ซื้อ เงินก้อนนี้เอาไปทำอะไรได้อีก” และ “ซื้อแล้วเหลือเงินเท่าไร” นี่เป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อสอนลูกใช้เงินอย่างมีเหตุผล
       เมื่อจบช่วงนี้: ลูกจะเริ่มเข้าใจว่าเงินมีจำกัด การใช้เงินแต่ละครั้งคือการเลือก และก่อนซื้อควรคิดถึงความจำเป็นกับสิ่งที่อยากได้ก่อน


ในช่วงที่ 2 ( เมษายน. - มิถุนายน ) : ออมเงินและตั้งเป้าหมาย

เมื่อเริ่มเข้าใจการใช้จ่ายแล้ว ช่วงต่อมาคือการให้ลูกเห็นว่า หากอยากได้สิ่งของบางอย่าง เราสามารถวางแผนเก็บเงินล่วงหน้าได้

1. ตั้งเป้าหมายการออม
       เริ่มจากสิ่งที่ลูกอยากได้ เช่น หนังสือ ของเล่น หรืออุปกรณ์กีฬา แล้วกำหนดราคาและระยะเวลาที่ต้องการเก็บ วิธีนี้ทำให้ลูกเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับจำนวนเงินที่ต้องออม

2. แบ่งเงินให้มีหน้าที่
       ลองใช้แนวคิด Pocket เป็นเครื่องมือฝึกแบ่งเงิน เช่น
•    Pocket สำหรับใช้ในแต่ละวัน
•    Pocket สำหรับเก็บ
•    Pocket สำหรับเป้าหมายที่อยากได้
       และให้ลูกเป็นคนตัดสินใจว่าจะใส่เงินแต่ละ Pocket เท่าไร เพื่อฝึกคิดและรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเอง

3. ติดตามเงินออม
       อาจใช้ตารางหรือปฏิทินให้ลูกบันทึกจำนวนเงินที่เก็บได้ในแต่ละสัปดาห์ เมื่อเห็นยอดเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลูกจะเข้าใจว่าเป้าหมายใหญ่สามารถเกิดจากการเก็บเงินทีละเล็กทีละน้อยได้
       เมื่อจบช่วงที่ 2 นี้: ลูกจะเริ่มเห็นว่าเงินที่มีสามารถแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เพื่อใช้ เก็บ และออมตามเป้าหมายที่ตัวเองต้องการได้


ในช่วงที่ 3 ( กรกฎาคม  - กันยายน ) : ฝึกบริหารเงินด้วยตัวเอง

ไตรมาสนี้ให้ลูกเปลี่ยนจาก “รู้เรื่องเงิน” เป็น “ลองจัดการเงิน” โดยมีพ่อแม่คอยดูแลอยู่ห่าง ๆ

1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายง่าย ๆ
       ให้ลูกจดว่าได้เงินเท่าไร ใช้ไปกับอะไร และเหลือเท่าไร ไม่จำเป็นต้องใช้ตารางซับซ้อน เพราะเป้าหมายคือให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง

2. วางแผนเงินค่าขนม
       ก่อนเริ่มวัน ลองให้ลูกวางแผนว่าเงินค่าขนมจะใช้เท่าไรและจะเก็บเท่าไร การฝึกแบบนี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้การจัดการเงินจากสถานการณ์จริง

3. เปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่า
       เมื่ออยากซื้อของ ให้ลูกลองเปรียบเทียบราคา ปริมาณ คุณภาพ และอายุการใช้งาน เพื่อให้เข้าใจว่าความคุ้มค่าไม่ได้หมายถึงของที่ราคาถูกที่สุดเสมอไป
       เมื่อจบช่วงที่ 3 นี้: ลูกจะเริ่มจัดการเงินของตัวเองได้มากขึ้น ตั้งแต่จดรายรับ-รายจ่าย วางแผนค่าขนม ไปจนถึงคิดเรื่องราคาและความคุ้มค่าก่อนซื้อ

ในช่วงที่ 4 ( ตุลาคม - ธันวาคม ) : เตรียมพร้อมสู่โลกการเงินจริง

เมื่อพื้นฐานเริ่มแน่นแล้ว ช่วงสุดท้ายสามารถพาลูกไปรู้จักเรื่องการเงินที่ใกล้ตัวมากขึ้น

1. รู้จักบัญชีธนาคารและการออม

       อธิบายว่าเงินฝาก บัญชีธนาคาร และดอกเบี้ยคืออะไร พร้อมชวนลูกสังเกตเงินเข้า-ออก เพื่อให้เห็นภาพของการออมในชีวิตจริง

2. รู้ทันการซื้อของออนไลน์และการหลอกลวง
       สอนให้ลูกตรวจสอบร้านค้า ไม่เปิดเผยรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญ และหากเจอข้อความที่เร่งให้โอนเงินหรือเสนอผลประโยชน์ที่ดูดีเกินจริง ควรหยุดและถามพ่อแม่ก่อนตัดสินใจ

3. เข้าใจเงินในยุคดิจิทัล
       ทุกวันนี้การใช้เงินไม่ได้มีแค่ธนบัตรหรือเหรียญ ลองให้ลูกรู้จักการจ่ายเงินผ่าน QR Code บัตร หรือแอปต่าง ๆ และสอนว่าแม้จะไม่เห็นเงินออกจากกระเป๋า แต่ทุกครั้งที่กดจ่ายก็คือ “การใช้เงินจริง” เพื่อให้ลูกเริ่มเข้าใจคุณค่าของเงินและคิดก่อนใช้
       เมื่อครบ 1 ปี: ลูกจะได้พื้นฐานสำคัญตั้งแต่การใช้เงิน การออม การแบ่งเงิน ไปจนถึงการวางแผนเพื่อเป้าหมาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่จะจัดการเงินด้วยตัวเอง

 

บทสรุป

        การสอนลูกให้ใช้เงินเป็น เริ่มได้จากเรื่องง่าย ๆ อย่างการคิดก่อนซื้อ แบ่งเงิน ออมเพื่อเป้าหมาย และรับผิดชอบเงินของตัวเองตามวัย เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง ลูกจะค่อย ๆ เรียนรู้วิธีใช้ เก็บ และจัดการเงินได้ด้วยตัวเองมากขึ้น
ส่วนแนวคิด Pocket จะช่วยให้การแบ่งเงินเห็นภาพง่ายขึ้น โดยกำหนดให้เงินแต่ละก้อนมีเป้าหมาย เช่น ใช้ เก็บ หรือออมเพื่อสิ่งที่ต้องการ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป พ่อแม่สามารถนำเทคนิคออมเงินมาใช้ร่วมกับเครื่องมืออย่าง Kept by krungsri ซึ่งมีกระปุก Together ที่สามารถแยกกระปุก Together ตามเป้าหมายได้สูงสุด 10 เป้าหมาย และพ่อแม่สามารถติดตามความคืบหน้าไปพร้อมกับลูกได้ด้วย

คำถามที่พบบ่อย

1. ควรเริ่มสอนลูกเรื่องเงินเมื่อไร?

  • เริ่มได้ตั้งแต่วัยเด็ก โดยเลือกให้เหมาะกับอายุ เช่น การแยกของจำเป็นกับของที่อยากได้ การออม และการวางแผนเงินค่าขนม

2. ควรสอนลูกแบ่งเงินอย่างไร?

  • ลองชวนลูกแบ่งเงินเป็น Pocket ง่าย ๆ เช่น เงินสำหรับใช้ เงินเก็บ และเงินสำหรับเป้าหมายที่อยากได้ แล้วค่อยปรับสัดส่วนให้เหมาะกับการใช้เงินและเป้าหมายของลูก

3. การแบ่งเงินเป็น Pocket ช่วยสอนลูกเรื่องเงินอย่างไร?

  • การแบ่งเงินเป็น Pocket เหมือนใช้หลายๆ กระปุก ช่วยให้ลูกเห็นง่าย ๆ ว่าเงินแต่ละก้อนมีไว้ทำอะไร ทั้งเงินสำหรับใช้ เงินเก็บ และเงินสำหรับเป้าหมาย ทำให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้การวางแผนและจัดการเงินด้วยตัวเอง
แหล่งอ้างอิง
[1] Money Helper. Pocket money and saving. สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2026
[2] FDIC. Teaching Children About Money Now, Pays Dividends Later (2020). สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2026
[3] World Economic Forum. The ripple effect of financial education from students to parents (2025). สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2026