ยื่นภาษี 2569 (สำหรับปีภาษี 2568) คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้มีเงินได้ พร้อมเคล็ดลับลดหย่อนภาษี

เทคนิคการออม

Banner image alt
เทคนิคเก็บเงินได้
4/2/2026
Share

Highlight

       การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่สำคัญที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ในบทความนี้จะมาสรุปสิ่งที่ควรรู้ก่อนการยื่นภาษี เพื่อให้คุณสามารถยื่นภาษีได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ซึ่งกำหนดให้ยื่นแบบระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป และถ้ายื่นทางออนไลน์ ปีนี้ยื่นได้ถึง 8 เมษายน 2569  
 

OG-Image-1-(1).jpg

ยื่นภาษี 2569 (สำหรับปีภาษี 2568) คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้มีเงินได้ พร้อมเคล็ดลับลดหย่อนภาษี

       1. ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี? 

        ตามกฎหมาย ใครมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีบ้าง? คนไทยทุกคนที่มีรายได้พึงประเมิน* ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบ่งเกณฑ์ตามสถานะโสดและสมรส โดยมีรายละเอียดดังนี้ 
*เงินได้พึงประเมิน: หมายถึง เงินได้ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องนำมาคำนวณภาษี ซึ่งอาจเป็นเงินได้จากการทำงาน (เงินเดือน, ค่าจ้าง) หรือเงินได้จากแหล่งอื่นๆ (ดอกเบี้ย, เงินปันผล, ค่าเช่า, ธุรกิจ ฯลฯ) 

       คนโสด 

  •  มีรายได้จากเงินเดือน 120,000 บาทต่อปี 
  •  มีรายได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน 60,000 บาทต่อปี  
       คนมีคู่ 
  • มีรายได้จากเงินเดือน 220,000 บาทต่อปี 
  • มีรายได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือน 120,0000 บาทต่อปี 

       2. เอกสารที่ต้องเตรียมตอนยื่นภาษีมีอะไรบ้าง  

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ว่าจะเป็น ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ก็ใช้เอกสารเหมือนกัน ดังนี้ 
แบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 90/91: แบบฟอร์มสำหรับยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร 
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ): เอกสารที่แสดงว่ามีการหักภาษีไว้ล่วงหน้า 
เอกสารลดหย่อนภาษี: เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการลดหย่อนภาษี เช่น  

2.1 หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ 
2.2 เอกสารหลักฐานการลงทุนในกองทุนต่างๆ
  • กองทุน SSF
  • กองทุน RMF
  • กองทุน ThaiESGX
  • กองทุน ThaiESG 

       แนะนำให้ ทยอยลงทุนแบบ DCA แทนการซื้อกองทุนก้อนใหญ่ช่วงปลายปีช่วย ลดความเสี่ยงจากจังหวะราคา และยังวางแผนภาษีได้สบายกว่า ไม่กดดันตัวเอง 

       ถ้าใครกำลังมองหาสิ่งที่ช่วยลดหย่อนภาษีเพิ่มในปีต่อไป และยังไม่เคยลงทุน ขอแนะนำการลงทุนผ่านกระปุกลงทุน Kept Invest สามารถลงทุนกองทุนรวม หลากหลายบลจ. และมีบริการรับคำแนะนำฟรี Kept advice โทร.02-296-6299 กด 2 มีหนังสือรับรองชัดเจน ใช้ยื่นลดหย่อนภาษีได้จริง ไม่ต้องมานั่งไล่ย้อนหลังให้ปวดหัว


2.3 หนังสือรับรองการบริจาค 
2.4 เอกสารแสดงการเลี้ยงดูบุพการี/ผู้พิการ 
2.5 เอกสารแสดงการซื้อสินค้า/บริการตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 
  • Easy E-Receipt 2.0
  • มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว เมืองหลักและเมืองรอง (ระยะเวลา 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568)

      เอกสารอื่นๆ: 

  • หนังสือรับรองการจ่ายเงินปันผลจากหุ้น/กองทุน 
  • เอกสารแสดงการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย 

      3. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

ประเทศไทยใช้ระบบอัตราภาษีก้าวหน้า ซึ่งหมายความว่า ยิ่งมีรายได้สูง อัตราภาษีที่ต้องชำระก็จะสูงขึ้น โดยอัตราภาษีแบ่งเป็นขั้นบันไดดังนี้: 

 

ช่วงรายได้ (บาท)

อัตราภาษี (%)

0 - 150,000 ยกเว้นภาษี (0%)
150,001 - 300,000 5%
300,001 - 500,000 10%
500,001 - 750,000 15%
750,001 - 1,000,000     20%
1,000,001 - 2,000,000 25%
2,000,001 - 5,000,000 30%
5,000,001 ขึ้นไป     35%

   

ตัวอย่าง: มนุษย์เงินเดือนเงินเดือน 40,000 บาท / เดือน

1.  รายได้ทั้งปี 40,000 × 12 (เดือน) = 480,000 บาท / ปี
2. หักค่าใช้จ่าย (เงินเดือน) เงินได้ประเภทที่ 1 หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  •      50% ของ 480,000 = 240,000 แต่หักได้สูงสุด 100,000 บาท

เหลือหลังหักค่าใช้จ่าย 480,000 − 100,000 = 380,000 บาท

3. หักค่าลดหย่อน (กรณีโสด)

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท (หักอัตโนมัติทุกคน)
  • ค่าลดหย่อนเงินสมทบประกันสังคม 9,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนกลุ่มประกันชีวิต ประกันสุขภาพ 40,000 บาท
เหลือรวมหลังหักค่าลดหย่อน 60,000 + 9,000 + 40,000 = 109,000 บาท

เงินได้สุทธิ
380,000 − 109,000 = 271,000 บาท

เงินได้สุทธิ = 271,000 บาท / ปี



       4. ค่าลดหย่อนภาษีของปี 2568 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้ 

       กลุ่มที่ 1 ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว 

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท 
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท 
  • ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร ไม่เกิน 60,000 บาท 
  • ค่าลดหย่อนภาษีบุตร 30,000 บาท (เพิ่มอีก 30,000 บาท สำหรับบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป) 
  • ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ คนละ 30,000 บาท 
  • ค่าเลี้ยงดูผู้พิการ/ทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท 
 

       กลุ่มที่ 2 ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน และการลงทุน 

  • ลดหย่อนเงินประกันสังคมไม่เกิน 9,000 บาท 
  • ลดหย่อนประกันสุขภาพบิดามารดา ไม่เกิน 15,000 บาท 
  • ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท 
  • กองทุน PVD 15% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 500,000 บาท 
  • กองทุนสงเคราะห์ครูฯ ไม่เกิน 500,000 บาท 
  • กบข. ไม่เกิน 500,000 บาท 
  • ลดหย่อนกองทุน RMF ไม่เกิน 500,000 บาท 
  • ลดหย่อนกองทุน SSF ไม่เกิน 200,000 บาท 
  • ลดหย่อนกองทุน Thai ESG ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 300,000 บาท 
        *สำหรับกลุ่มค่าลดหย่อนประกันชีวิตและการลงทุนในการวางแผนเกษียณ ได้แก่ RMF, SSF, PVD, กบข., กอช., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน และประกันชีวิตแบบบำนาญ เมื่อรวมกันทั้งหมด ต้องไม่เกิน 500,000 บาท 

       
       กลุ่มที่ 3
ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค 

  • กลุ่มการศึกษา/กีฬา/มูลนิธิด้านการแพทย์และการสาธารณสุข 2 เท่าของเงินบริจาค (ตาม พ.ร.ฎ. 771 พ.ศ. 2566) ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน (สำหรับการบริจาคผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น) 
  • บริจาคสถานพยาบาลของรัฐ 2 เท่าของเงินบริจาค ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน 
  • บริจาคทั่วไปตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน 
  • พรรคการเมือง ไม่เกิน 10,000 บาท 
 

       กลุ่มที่ 4 ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ 

  • Easy E-Receipt 2.0 ไม่เกิน 50,000 บาท 
  • มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว เมืองหลักและเมืองรอง โดยกำหนดวงเงิน ไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยวใน เมืองหลัก และ ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยวใน เมืองรอง
  • ลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 100,000 บาท 

      การรู้และเข้าใจประเภทของรายได้เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากมีผลต่อการคำนวณภาษีและสิทธิในการหักค่าใช้จ่าย รายได้สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น เงินเดือน โบนัส ค่าจ้างจากการทำงานอิสระ หรือรายได้จากการลงทุน การรู้จักประเภทของรายได้จะช่วยให้คุณคำนวณภาษีได้อย่างถูกต้อง  
หลังจากทราบประเภทของรายได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด การหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนจะช่วยลดฐานภาษีและภาระภาษีที่ต้องชำระ ควรตรวจสอบสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่คุณมีสิทธิ์ได้รับ เพื่อประโยชน์สูงสุด  

       
      เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 แบบออนไลน์ก่อนยื่น

  • เช็ก D-MyTax ว่ารายได้และลดหย่อนถูกต้องครบหรือยัง
  • เช็ก e-Donation ว่าการบริจาคขึ้นระบบครบ
  • เตรียมสลิป/หนังสือรับรองซื้อกองทุน, ประกัน, ดอกเบี้ยกู้บ้านในรูปแบบไฟล์ หรือข้อมูลออนไลน์จากแอปของสถาบันการเงิน

       
       5. วิธียื่นภาษีออนไลน์ 

      ปัจจุบัน การยื่นภาษีสามารถทำได้ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร e-Filing  ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว ก่อนการยื่นภาษี ควรตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวและรายได้ให้ถูกต้องครบถ้วน หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเพื่อความถูกต้อง  
ทั้งนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้เสียภาษี ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ สำหรับผู้ที่มีภาษีต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป สามารถขอผ่อนชำระภาษีได้ 3 งวด (หากไม่ชำระภายในวันที่กำหนดจะคิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีงวดที่เหลือ) 
มีขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ดังนี้  

       ขั้นตอนที่ 1: เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร  https://efiling.rd.go.th/ และเลือก “ยื่นแบบออนไลน์” 
       ขั้นตอนที่ 2: เข้าสู่ระบบ E-filing ของกรมสรรพากร 
       ขั้นตอนที่ 3: เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91 
       ขั้นตอนที่ 4: กรอกข้อมูลผู้เสียภาษี 
       ขั้นตอนที่ 5: กรอกเงินได้ 
       ขั้นตอนที่ 6: กรอกค่าลดหย่อน 
       ขั้นตอนที่ 7: ตรวจสอบข้อมูล 
       ขั้นตอนที่ 8: ยืนยันการยื่นแบบ 

      เมื่อตรวจสอบข้อมูลครบถ้วนแล้วกด“ยืนยันการยื่นแบบ”เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านช่องทางออนไลน์  

     
       กำหนดเวลายื่นภาษีของปี 2569 (สำหรับปีภาษี 2568) 

  • ยื่นแบบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 8 เม.ย. 2569 (ผ่าน e-Filing/D-MyTax)  
  • ยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มี.ค. 2569  (สำนักงานสรรพากร) 

     
       6. การวางแผนภาษีล่วงหน้า 

       การวางแผนภาษีล่วงหน้าจะช่วยให้คุณสามารถจัดการรายได้ ค่าใช้จ่าย และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนที่ดีจะช่วยลดภาระภาษีและเพิ่มความคุ้มค่าในการจัดการการเงินของคุณ  
มาเริ่มวางแผนภาษีสำหรับปีภาษี 2568 เพื่อคุณจะได้ประหยัดภาษีไปอีกทาง มาดูเทคนิคการประหยัดภาษีได้เลย ดังนี้  

       1. ลงทุนในกองทุนรวมที่สามารถทยอยซื้อเพื่อลดหย่อนภาษี (RMF, ThaiESG) ได้ทุก ๆ เดือน เมื่อเราได้วางแผนภาษีเรียบร้อยแล้วจะทำให้เรารู้ว่าจะต้องซื้อกองทุน RMF/ThaiESG  จำนวนเท่าไร ซึ่งเราไม่สามารถคาดเดาช่วงเวลาที่จะสามารถซื้อกองทุนในช่วงที่ถูกที่สุดของปีได้ แต่เราสามารถทยอยซื้อกองทุนในทุกๆ เดือน หรือการทำ DCA (Dollar-Cost Averaging) เพื่อเฉลี่ยต้นทุนการซื้อ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการลงทุน อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนระหว่างปีจากการปันผลของกองทุนรวมเพิ่มขึ้นอีกด้วย ถ้าอยากสะดวกสบาย จะหาซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษี ซื้อเลยที่กระปุกลงทุน Kept Invest ในแอป Kept 
  • เลือกกองทุนรวมหลากหลายบลจ. ชั้นนำในที่เดียว 
  • ซื้อ-ขายกองทุนง่ายแค่คลิก  
  • มี Knowledge Hub ให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 
  • สร้างแผนการลงทุนเอง ตามเป้าหมายการลงทุน และความเสี่ยงที่รับได้ 
       รู้จักกระปุกลงทุน Kept Invest เพิ่มเติม คลิก       


ตัวอย่างวางแผนภาษีด้วยกองทุน/ประกัน 

รายได้ต่อปี (บาท)

ฐานภาษีโดยประมาณ

กลยุทธ์ลดหย่อนที่เหมาะ

360,000  ฐาน 5–10% Thai ESG เล็กน้อย + ประกันชีวิต
600,000 ฐาน 10–15% RMF/Thai ESG + PVD เพิ่ม
1,000,000 ฐาน 20–25% RMF/Thai ESG เต็มเพดานบางส่วน + กองทุนสำ สำรองเลี้ยงชีพ
      

       2. การลงทุนในประกันชีวิต: การทำประกันชีวิตก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยให้สามารถลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนเบี้ยประกัน หรือประกันบำนาญเอาไว้ใช้ในยามเกษียณได้อีกด้วย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน 

      3. โครงการ Easy E-Receipt 2.0 เป็นมาตรการจากรัฐบาลที่ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าหรือบริการมาหักลดหย่อนภาษี ปี 2568 ได้สูงสุด 50,000 บาท สำหรับสินค้าและบริการที่ได้ใช้จ่ายในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 6 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ด้วยการยื่นภาษีอาจดูซับซ้อนสำหรับบางคน แต่หากคุณทำความเข้าใจและปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น การยื่นภาษีจะเป็นเรื่องง่ายและช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากสิทธิ์ทางภาษีที่คุณมี 


ข้อมูลอ้างอิง  
•    https://www.finnomena.com/planet46/e-filling-income-tax
•    https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/financial_planning/2840358  
•    https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/70-tsi-things-to-know-before-filing-tax