มีลูก 1 คนต้องใช้เงินเท่าไร? เช็กค่าใช้จ่ายตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย

เทคนิคการออม

มีลูก 1 คนต้องใช้เงินเท่าไร? เช็กค่าใช้จ่ายตั้งแต่อนุบาลถึงมหาวิทยาลัย
เทคนิคเก็บเงินได้
28/10/2026
Share

Highlight

       เคยลองคำนวณไหมว่า ตั้งแต่วันที่ลูกเข้าอนุบาลจนถึงวันที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ต้องเก็บเงินให้ลูกประมาณเท่าไร? ตัวเลขอาจมากกว่าที่คิด เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกไม่ได้มีเพียงค่าเทอม แต่ยังมีค่าอาหาร ค่าเดินทาง อุปกรณ์การเรียน ค่าเรียนพิเศษ และค่ากิจกรรมสังคมที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามช่วงวัย
       หากพ่อแม่เริ่มวางแผนและใช้เทคนิคออมเงินตั้งแต่วันนี้ เราจะสามารถย่อยเป้าหมายใหญ่ให้เป็นเรื่องจัดการง่าย มาส่องค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกแต่ละช่วงวัย พร้อมแนวทางเตรียมเงินให้พร้อม เพื่อให้อนาคตของลูกเดินหน้าได้อย่างมั่นคง
                    

OG-Image-(14).jpg

ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกแต่ละช่วงวัย

       ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกแต่ละครอบครัวแตกต่างกันตามโรงเรียนและไลฟ์สไตล์ รูปแบบการเรียน ที่พัก และการใช้ชีวิต โดยตัวเลขต่อไปนี้สามารถใช้เป็นกรอบประมาณการสำหรับวางแผนเก็บเงินให้ลูก
 

ระดับชั้น
การศึกษา
ค่าใช้จ่ายรวมด้าน
การศึกษา
ค่าใช้จ่ายใน
ชีวิตประจำวัน
ค่าเดินทาง ค่ากิจกรรมและ
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
อนุบาล 20,000–
800,000/ปี
1,000–5,000 บาท/
เดือน
2,500–5,000
บาท/เดือน
500–2,000 บาท/
ครั้ง
ประถมศึกษา 20,000–
800,000/ปี
1,500–10,000
บาท/เดือน
2,500–5,000
บาท/เดือน
1,000 หรือ 10,000
บาท/ครั้ง
มัธยมศึกษา 50,000–
1,000,000/ปี
3,000–15,000
บาท/เดือน
2,500–5,000
บาท/เดือน
500–5,000 บาท/
ครั้ง
มหาวิทยาลัย 40,000–
1,000,000/ปี
10,000–30,000
บาท/เดือน
2,500–5,000
บาท/เดือน
ขึ้นอยู่กับกิจกรรม


       พ่อแม่ควรวางแผนเก็บเงินเพื่อลูกอย่างไรให้พร้อม

ไม่ว่าคุณจะมีลูกแล้วหรือกำลังวางแผนมีลูกและเก็บเงินให้ลูก การเลือกใช้เทคนิคออมเงินที่ถูกต้องจะช่วยลดความเครียดทางการเงินได้ระยะยาว 

1. ถ้ามีลูกแล้ว แบ่งเงินตามช่วงเวลาที่ต้องใช้
       แยกเก็บเงินให้ลูกเป็น 2 ส่วน คือ งบระยะสั้น (ค่าเทอม ค่ากินอยู่ประจำวัน) และ งบระยะยาว (ทุนการศึกษามหาวิทยาลัย) เช่น ตั้งเป้าเก็บเงินทุนการศึกษา 120,000 บาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ให้ย่อยเป็นเป้าหมายออมเงินเดือนละประมาณ 2,000 บาท
2. ถ้ายังไม่มีลูก แต่กำลังวางแผนมีลูก ให้เตรียมเงินล่วงหน้า
       ควรเริ่มออมเงินล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมสำรองค่าใช้จ่ายช่วงคลอดและค่าอุปกรณ์เด็กอ่อน เพื่อไม่ให้ภาระเงินก้อนใหญ่มาประชิดตัวพร้อมกัน และสามารถเริ่มแยกเงินสำหรับเป้าหมายของลูกไว้ก่อนได้ เช่น เงินสำหรับค่าใช้จ่ายช่วงแรก ค่าเล่าเรียน และเงินสำรอง เพื่อให้เมื่อมีลูกจริง ครอบครัวไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายทุกก้อนพร้อมกัน
 

       เมื่อแผนการเงินของลูกต้องมีแผนสำรอง

       แผนการเก็บเงินให้ลูกส่วนใหญ่อยู่บนสมมติฐานว่า "พ่อแม่สามารถทำงานและมีรายได้สม่ำเสมอ" แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับหัวหน้าครอบครัว แผนที่วางไว้ก็อาจสะดุดลง
      ดังนั้น เทคนิคออมเงินเพื่ออนาคตลูกที่สมบูรณ์แบบ จึงต้องทำควบคู่ไปกับการคุ้มครองความเสี่ยง 
ประกันมรดกเงินล้าน จ่ายร้อยรับล้าน จึงเป็นอีกทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงที่ควรทำคู่กับการเก็บเงินให้ลูก หากผู้เอาประกันเสียชีวิต ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินก้อน 1 ล้านบาทตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นทุนการศึกษาของบุตร ค่าใช้จ่ายในครอบครัว หรือรองรับภาระทางการ

เงินที่ยังมีอยู่ได้ โดยมีจุดเด่นคือ

  • จ่ายเบี้ยเริ่มต้นหลักร้อยต่อเดือน
  • เบี้ยประกันคงที่ เลือกชำระได้ทั้งแบบรายเดือน, ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน หรือรายปี
  • รับส่วนลดเบี้ยประกันเพิ่ม 5%* เมื่อสมัครพร้อมสมาชิกในครอบครัวตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป (โดยครอบคลุม พ่อ แม่ สามีภรรยา บุตร คู่ชีวิต รวมถึง LGBTQ+)
  • สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามกฎเกณฑ์ของกรมสรรพากร

* ทั้งนี้ เงื่อนไขการรับส่วนลดเบี้ยประกัน เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
 

     

บทสรุป: Build + Protect = แผนการเงินเพื่อลูกที่คิดครบกว่า


การเตรียมเงินให้ลูกจึงมี 2 ส่วนที่ควรวางแผนควบคู่กัน คือ

1. Build (สร้างเงินออมให้เติบโต)

  • คือการสร้างเงินโดยกำหนดเป้าหมายระยะสั้น-ยาว เริ่มจากกำหนดว่าจะใช้เงินเมื่อไร ต้องการประมาณเท่าไร และเลือกวิธีเก็บเงินให้เหมาะกับระยะเวลา เช่น ใช้แอปเก็บเงิน Kept by krungsri สำหรับแบ่งเป้าหมายและวางแผนเก็บเงินร่วมกันของครอบครัวผ่านกระปุก Together หรือใช้บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี Happy tax free ที่ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 1.8% ต่อปี* สำหรับเป้าหมายระยะ 2-3 ปี

*อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขเป็นไปตามประกาศของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ณ วันที่ทำรายการฝากในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ การยกเว้นภาษี ณ ที่จ่ายเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

2. Protect (ปกป้องความเสี่ยง) 

  • สร้างเกราะป้องกันให้ครอบครัวด้วยประกันชีวิต เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุนการศึกษาและอนาคตของลูกจะยังคงถูกปกป้องไว้อย่างดีที่สุด เมื่อวางแผนและใช้เทคนิคออมเงินทั้ง Build และ Protect ควบคู่กัน พ่อแม่ก็ไม่ได้เตรียมเพียงค่าเรียนให้ลูก แต่ยังเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตและความมั่นคงของครอบครัวในระยะยาวด้วย



       คำถามที่พบบ่อย

1. มีลูก 1 คนต้องเตรียมเงินเท่าไร?

  • ขึ้นอยู่กับรูปแบบการศึกษาและไลฟ์สไตล์ของครอบครัว โดยรวมตั้งแต่อนุบาลถึงจบปริญญาตรีอาจใช้เงินตั้งแต่หลักแสนกลาง ๆ ไปจนถึงหลักล้านบาท แนะนำให้ประเมินค่าใช้จ่ายย่อยแล้วย่อยเป็นเป้าหมายออมเงินรายเดือน 


2. ควรแบ่งเงินออมเพื่อลูกอย่างไร?

  • แนะนำให้แบ่งเงินออกเป็น 3 ก้อน: 
  1. ค่าใช้จ่ายระยะสั้นสำหรับเรียนและกินอยู่
  2. เงินออมระยะยาวเพื่อทุนการศึกษาในอนาคต
  3. เงินสำรองฉุกเฉิน/ประกันชีวิต เพื่อป้องกันความเสี่ยงของครอบครัว


3. ทำไมต้องมี Protection ควบคู่กับการออม?

  • เพราะเป้าหมายระยะยาวต้องอาศัยรายได้ของพ่อแม่ต่อเนื่อง หากเกิดเหตุไม่คาดคิดอาจทำให้แผนการออมอาจสะดุด การมีแผนรองรับความเสี่ยงจึงช่วยเตรียมครอบครัวให้พร้อมกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

แหล่งอ้างอิง
[1] มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์. เลี้ยงลูก 1 คน ใช้เงินเท่าไหร่? (2021). สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2026
[2] ไทยรัฐ. ล้วงลึก ค่าใช้จ่ายเลี้ยงลูก 1 คน ต้องใช้เงินเท่าไร? เหตุผลที่คนไทยยุคนี้ ไม่อยากมีลูก! (2023). สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2026
[3] Locals Thai PBS. “เรียนฟรี 15 ปี” มีจริงไหม? เปิดเทอม 69 ผู้ปกครองยังต้องจ่าย (2026). สืบค้นเมื่อ 30 กันยายน 2026