อยากออมเงินให้สำเร็จ ต้องเริ่มจาก “วิธีคิดเรื่องเงิน” ก่อน
Highlight
ทุกคนรู้ว่าการออมเงินสำคัญ แต่พอสิ้นเดือนกลับไม่ค่อยเหลือเงินเก็บ ทั้งที่รายได้และค่าใช้จ่ายแทบไม่ได้ต่างจากเดิมมากนัก ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากรายรับน้อย แต่เกิดจาก “วิธีคิดเรื่องเงิน” ที่อยู่เบื้องหลังการใช้จ่ายในแต่ละวัน
เช่น บางคนมองเงินเป็นสิ่งที่ใช้เพื่อความสุขตรงหน้า ขณะที่บางคนมองว่าเงินคือเครื่องมือสร้างความมั่นคงในอนาคต และวิธีคิดที่ต่างกันนี่เอง ที่ทำให้ผลลัพธ์เรื่องการออมเงินแตกต่างกันอย่างชัดเจน
.jpg)
ทำไมบางคนออมเงินไม่ได้ ทั้งที่รายได้ใกล้เคียงกัน
ต่อให้มีรายได้ใกล้เคียงกัน หากพฤติกรรมการใช้เงินอาจต่างกันมาก หรือจัดลำดับการใช้เงินไม่เหมือนกัน ผลลัพธ์ย่อมต่างกัน คือ- คนที่ออมเงินได้ มักกันเงินเก็บไว้ก่อนตั้งแต่ต้นเดือน แล้วค่อยใช้เงินส่วนที่เหลือ
- คนที่รอให้เหลือแล้วค่อยเก็บ มักไม่มีเงินเหลือให้เก็บ เพราะค่าใช้จ่ายจะค่อย ๆ ดึงเงินออกไปทุกวัน
วิธีคิดเรื่องเงิน คือจุดเริ่มต้นของการออมเงินได้สำเร็จ
ก่อนจะเลือกเทคนิคออมเงินใดก็ตาม สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องเข้าใจว่า วิธีคิดจะกำหนดพฤติกรรมการใช้เงินโดยอัตโนมัติ นั่นคือ
ถ้ามองเงินเป็นรางวัลของความเหนื่อย การใช้จ่ายจะเกิดจากอารมณ์เป็นหลัก เช่น ซื้อของเพื่อให้รู้สึกดีชั่วคราว แต่ถ้ามองเงินเป็นทรัพยากรที่ต้องบริหาร การตัดสินใจจะเริ่มคิดถึงระยะยาวมากขึ้น
คนที่ออมเงินได้ต่อเนื่อง จึงมักมีวิธีคิดคล้ายกัน คือ
- มองเงินเก็บเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่ต้องเก็บออม
- คิดก่อนใช้ว่า เงินก้อนนี้จะกระทบอนาคตอย่างไร
- ให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าความพอใจชั่วคราว
5 เทคนิคออมเงิน ที่ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงิน
หลังจากปรับวิธีคิดแล้ว ขั้นต่อไปคือการสร้างระบบที่ช่วยให้การออมเงินเกิดได้ต่อเนื่อง
1. จ่ายให้ตัวเองก่อนเสมอ
แทนที่จะรอให้เหลือแล้วค่อยเก็บ ลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า “เงินออม” คือค่าใช้จ่ายสำคัญของอนาคต
วิธีง่าย ๆ คือ หักออมเงิน 5-10% ทันทีหลังเงินเข้ามา เพื่อให้การออมเงินเกิดขึ้นก่อนการใช้จ่ายอื่น ๆ เมื่อทำแบบนี้ จะไม่เผลอใช้เงินไประหว่างเดือนง่าย ๆ
2. ตั้งเป้าหมายการออมเงินให้ชัด
การออมเงินจะทำได้ต่อเนื่องมากขึ้น เมื่อรู้ว่าเก็บไปเพื่ออะไร เช่น
- เงินสำรองฉุกเฉิน
- ท่องเที่ยว
- ซื้อบ้าน ซื้อรถ
- เพื่อความมั่นคงในชีวิต
เมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจน ทุกครั้งที่เก็บเงินจะรู้สึกว่ากำลังเข้าใกล้สิ่งที่ต้องการมากขึ้น
3. แยกเงินเป็นสัดส่วน
ปัญหาเงินไม่พอใช้ที่พบได้บ่อยคือ เกิดจากการเอาเงินทุกก้อนมารวมกัน การแยกบัญชีหรือแบ่งเงินเป็นส่วน ๆ จึงช่วยให้ควบคุมการใช้จ่ายง่ายขึ้น เช่น
- เงินใช้จ่ายประจำเดือน
- เงินที่ไว้จัดการหนัี้ เช่น ค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต
- เงินส่วนตัวใช้ได้ตามใจ
- เงินออม
- เงินสำรอง
เมื่อเงินแต่ละก้อนมีหน้าที่ การตัดสินใจใช้เงินจะง่ายขึ้น และช่วยให้ออมเงินได้ต่อเนื่อง
4. มองเงินเป็นเครื่องมือ
ถ้ามองเงินเป็นแค่สิ่งที่ใช้แล้วหมดไป การตัดสินใจมักจบที่อยากได้ไหม แต่ถ้ามองว่าเงินช่วยสร้างทางเลือกและความสบายใจในอนาคต วิธีใช้เงินก็จะเริ่มเปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ
ทุกครั้งที่จะจ่ายเงิน ลองถามตัวเองอีกรอบว่า
- สิ่งนี้จำเป็นไหม
- ใช้แล้วช่วยอะไรในระยะยาว
- กระทบเป้าหมายออมเงินหรือไม่
คำถามเหล่านี้จะช่วยดึงสติและทำให้ใช้เงินอย่างมีทิศทาง
5. ใช้แอปฯ ช่วยออมเงิน
การออมเงินจะง่ายและทำได้สม่ำเสมอขึ้น เมื่อแอปพลิเคชันช่วยจัดการอัตโนมัติ อย่าง Kept by krungsri ที่มีกระปุก Fun เป็นฟีเจอร์ช่วยออม เช่น
- มีฟีเจอร์ “แอบเก็บ” ที่กระปุก Fun สามารถตั้งค่าแอบเก็บเมื่อมีการช้อปปิ้ง หรือสแกนจ่ายเงินออกจากบัญชี Kept จะตั้งให้เก็บเป็น % ตามจำนวน หรือปัดเศษก็ได้หมด ยิ่งจ่ายเท่าไหร่ยิ่งเก็บให้เท่านั้น!
- มีฟีเจอร์ “สั่งเก็บ” สามารถตั้งค่าสั่งเก็บให้ออมอัตโนมัติแบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนได้
การออมเงินจะง่ายขึ้น เมื่อมีระบบที่ชัดเจน
แม้วิธีคิดจะสำคัญ แต่สิ่งที่ช่วยให้ออมเงินได้ต่อเนื่องคือระบบการเงิน เพราะเมื่อระบบทำงานแทนเรา การออมเงินจะไม่ต้องพึ่งแรงฮึดหรือวินัยเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างที่ช่วยได้ เช่น
- แยกบัญชีเงินเก็บ
- ตั้งโอนอัตโนมัติ
- กำหนดงบรายเดือน
- จำกัดงบใช้จ่ายบางประเภท
อยากเริ่มออมเงินวันนี้ ควรเริ่มยังไง
จุดเริ่มต้นที่ทุกคนทำได้ทันที คือ เริ่มออมได้เลยโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนเงิน เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน เช่น
- ออม 5-10% ของรายได้ หรือจำนวนที่ทำได้จริง
- ตั้งเป้าหมายด้วยระยะสั้น 3-6 เดือน
- ใช้แอปฯ เป็นตัวช่วยในการออมเพื่อหักออมอัตโนมัติ
บทสรุป
การออมเงินไม่จำเป็นต้องรอให้มีรายได้มากขึ้น แค่เริ่มจากการจัดลำดับการใช้เงินใหม่ ค่อย ๆ สร้างพฤติกรรมที่ทำได้ต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน และใช้เทคนิคออมเงินที่เหมาะกับตัวเอง การออมเงินก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้นเอง
คำถามที่พบบ่อย
1. รายได้ยังไม่มาก ควรเริ่มออมเงินยังไง?
- เริ่มจากเงินจำนวนน้อย ๆ หรือกำหนดที่ 5-10% ของรายได้ และทำให้ต่อเนื่องก่อน
2. ออมเงินไม่เคยสำเร็จ ควรแก้ตรงไหน?
- เริ่มจากปรับวิธีคิดเรื่องเงิน และกันเงินเก็บไว้ตั้งแต่ต้นเดือน
3. ใช้แอปฯ ช่วยออมเงินได้จริงไหม?
- ช่วยได้ เพราะทำให้การออมเงินง่ายและสม่ำเสมอมากขึ้น
แหล่งอ้างอิง
[1] Medium. Why Saving Money Feels Impossible-And Why It’s Not Your Fault (2025). สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2026
[2] ธนาคารแห่งประเทศไทย. การออม. สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2026
[3] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. ออมเงินแบบไหนดี? ทำอย่างไรให้สนุก (2025). สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2026

