เทคนิคการออม

Banner image alt

วางแผนเกษียณด้วยกองทุน RMF ได้ทั้งลดหย่อนภาษี พร้อมต่อยอดเงินลงทุนในระยะยาว

ต่อยอดเงินออม
14/8/2026
Share
OG-Image

   
    การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนใกล้เกษียณเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่ยังมีรายได้ เพราะยิ่งเริ่มเร็ว เงินก็ยิ่งมีเวลาเติบโตมากขึ้นจากพลังของผลตอบแทนทบต้น (Compound Return)
    หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสำหรับการวางแผนเกษียณ คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) ที่ช่วยให้คุณ ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี พร้อมสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ 

กองทุน RMF คืออะไร?

       กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่ภาครัฐสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินระยะยาวเพื่อใช้หลังเกษียณ โดยผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และต้องถือครองตามเงื่อนไขของ RMF จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีครบถ้วน 

จุดเด่นของกองทุน RMF
•    ช่วยสร้างเงินออมสำหรับวัยเกษียณ 
•    ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 
•    เลือกลงทุนได้หลากหลาย ทั้งตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และกองทุนธีมต่าง ๆ 
•    เหมาะสำหรับผู้ที่ลงทุนระยะยาว 
 

ทำไมควรเริ่มลงทุนกองทุน RMF ตั้งแต่วันนี้?

1. ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี
       RMF เป็นหนึ่งในเครื่องมือวางแผนภาษีที่ได้รับความนิยม โดยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งช่วยลดภาระภาษีในปีที่ลงทุนได้ 

2. เงินมีโอกาสเติบโตในระยะยาว
       นอกจากลดหย่อนภาษีแล้ว RMF ยังเปิดโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ทั่วโลก
ยิ่งเริ่มลงทุนเร็ว ก็ยิ่งมีเวลาสะสมผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการวางแผนเกษียณ

3. สร้างวินัยในการออม
       การลงทุนกองทุน RMF อย่างต่อเนื่องช่วยสร้างนิสัยการออมและการลงทุนระยะยาว ทำให้มีโอกาสสะสมเงินก้อนสำหรับใช้หลังเกษียณได้มากขึ้น

4. เลือกกองทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงได้
       กองทุน RMF ไม่ได้มีเพียงกองทุนเดียว แต่มีให้เลือกหลายประเภท เช่น
  • กองทุนตราสารหนี้ 
  • กองทุนหุ้นไทย 
  • กองทุนหุ้นโลก 
  • กองทุนเทคโนโลยี 
  • กองทุน ESG 
       ผู้ลงทุนสามารถเลือกให้เหมาะกับอายุ เป้าหมาย และระดับความเสี่ยงที่รับได้ 


เลือกกองทุน RMF อย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง ก่อนเลือกลงทุน ควรพิจารณา 3 เรื่องสำคัญ

1. ระดับความเสี่ยงที่รับได้
       หากรับความผันผวนได้น้อย อาจเลือกกองทุนตราสารหนี้ แต่หากลงทุนระยะยาวและรับความเสี่ยงได้มาก กองทุนหุ้นอาจมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่า
2. ระยะเวลาที่เหลือก่อนเกษียณ
       คนอายุ 25–40 ปี ที่ยังเหลือเวลาอีกหลายสิบปี มักสามารถรับความผันผวนของกองทุนหุ้นได้มากกว่า ขณะที่ผู้ใกล้เกษียณอาจเน้นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำลง
3. เป้าหมายการลงทุน
       หากต้องการเน้นความมั่นคง อาจเลือกกองทุนตราสารหนี้ แต่หากต้องการสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว กองทุนหุ้นโลกหรือหุ้นเทคโนโลยีอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง


แนะนำกองทุน RMF น่าสนใจ

1. KKP INRMF กองทุนเปิดเคเคพี อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ
ระดับความเสี่ยง 4
       เน้นการลงทุนในเงินฝาก และ/หรือตราสารหนี้ ของบริษัทเอกชนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตสูง และมีเสถียรภาพทางการเงินดี หรือของรัฐบาล, รัฐวิสาหกิจ, นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น, กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เป็นผู้ออก ผู้รับรอง ผู้อาวัลผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ำประกัน เพื่อให้ผู้ถือหน่วยได้รับผลตอบแทนที่ดี ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ
  • ลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน 
  • เน้นลดความผันผวนของพอร์ต 
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและใกล้เกษียณ 

2. KFGGRMF กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลโกรทเพื่อการเลี้ยงชีพ
ระดับความเสี่ยง 6
       จะนำเงินไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund, Class B USD Acc (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารจัดการโดยบริษัท Baillie Gifford Worldwide Funds PLC โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV กองทุน กองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนทั่วโลก ซึ่งเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการกำกับดูแลโดยทางการ (Regulated Market)
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเติบโตในระยะยาว
  • ลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลก 
  • กระจายการลงทุนหลายประเทศ 
  • เหมาะกับผู้ที่ยังเหลือระยะเวลาลงทุนอีกหลายปี 

3. SCBRMNDQ(A) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว เพื่อการเลี้ยงชีพ (ชนิดสะสมมูลค่า)
ระดับความเสี่ยง 6
       กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Invesco NASDAQ 100 ETF (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงตลาดเดียว บริหารโดย Invesco Capital Management LLC และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ลงทุนให้ผลการดำเนินงานของกองทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี NASDAQ-100 Index โดยจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 90 ในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี NASDAQ-100 Index ดัชนี NASDAQ-100 Index ประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัททั้งในและนอกประเทศสหรัฐอเมริกาที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ที่ใหญ่ที่สุด 100 บริษัท ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่เชื่อมั่นการเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ
  • ลงทุนอ้างอิงดัชนี Nasdaq-100 
  • กระจายลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก เช่น Microsoft, Apple, NVIDIA และ Amazon 
  • เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้และมองการเติบโตในระยะยาว 

4. B-INNOTECHRMF กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยีเพื่อการเลี้ยงชีพ
ระดับความเสี่ยง 7
       กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของ Fidelity Funds - Global Technology Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Class Y-ACC- USD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการลงทุนในธีมเทคโนโลยีโลก
  • ลงทุนในกองทุน Fidelity Global Technology Fund 
  • เน้นบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก 
  • เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว 

       กองทุนคัดสรรโดย บลน. ฟินโนมีนา จำกัด
       ขอรับหนังสือชี้ชวนหรือคำแนะนำกับผู้เชี่ยวชาญการลงทุนได้ฟรี ด้วยบริการ Kept advice โทร. 02-296-6299 กด 2  
       *คำเตือน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | บางกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | บริษัทจัดการจะใช้ดุลพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ


จัดพอร์ต RMF อย่างไรดี?

       แนะนำให้เลือกพอร์ตตามระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน โดยมีทั้งพอร์ตความเสี่ยงต่ำ ปานกลาง และสูง พร้อมกระจายการลงทุนระหว่างตราสารหนี้ หุ้นโลก และกองทุนธีม เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนระยะยาว 

ตัวอย่างแนวทาง
อายุ แนวทางการลงทุน
25–35 ปี เน้นกองทุนหุ้นโลกหรือหุ้นเติบโตเป็นสัดส่วนหลัก
35–45 ปี ผสมหุ้นโลก หุ้นเทคโนโลยี และตราสารหนี้
45–55 ปี เพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้เพื่อลดความผันผวน
55 ปีขึ้นไป เน้นรักษาเงินต้นและสร้างกระแสเงินสด

 

ลงทุนกองทุน RMF ผ่านกระปุกลงทุน Kept Invest ได้ง่ายๆ

       หากกำลังมองหาช่องทางลงทุนกองทุน RMF ที่สะดวก ในกระปุกลงทุน Kept Invest มีตัวเลือกกองทุนจากหลากหลาย บลจ. ให้เลือกตามระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุน พร้อมติดตามพอร์ตและจัดการการลงทุนได้ในแอปเดียว
ไม่ว่าคุณจะต้องการวางแผนเกษียณ ลดหย่อนภาษี หรือสร้างโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว การเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่วันนี้อาจเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีความพร้อมทางการเงินในวันเกษียณ

สรุป
       กองทุน RMF เป็นมากกว่ากองทุนลดหย่อนภาษี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างวินัยในการออมและต่อยอดเงินลงทุนในระยะยาวเพื่อชีวิตหลังเกษียณ ยิ่งเริ่มต้นเร็ว ยิ่งมีเวลาให้เงินเติบโต และสามารถเลือกกองทุนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงและเป้าหมายของตัวเองได้
 

อ้างอิงข้อมูล : Finnomena
   *คำเตือน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | บางกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมหรือประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | บริษัทจัดการจะใช้ดุลพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ


 
Kept-Invest.jpg