เทคนิคการออม

Banner image alt

เริ่มต้นลงทุนกองทุนรวมอย่างมั่นใจ เข้าใจความเสี่ยงและเป้าหมายของตัวเอง

ต่อยอดเงินออม
4/8/2026
Share

Highlight

       การเริ่มต้นลงทุนครั้งแรกอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อมีตัวเลือกการลงทุนมากมายให้ศึกษา ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ จนไม่รู้ว่าควรเริ่มจากอะไรดี
       สำหรับผู้ที่ต้องการทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องติดตามตลาดด้วยตัวเองตลอดเวลา กองทุนรวมถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น และมีผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญบริหารการลงทุนให้
       อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวม ควรทำความเข้าใจทั้งประเภทกองทุน ความเสี่ยง และเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เพื่อให้เลือกลงทุนได้เหมาะสมมากที่สุด

กองทุนรวมคืออะไร? ทำไมจึงเป็นจุดเริ่มต้นของนักลงทุนมือใหม่

       กองทุนรวม (Mutual Fund) คือ การระดมเงินจากผู้ลงทุนหลายคนมารวมกันเป็นกองทุนขนาดใหญ่ จากนั้นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะมอบหมายให้ผู้จัดการกองทุนเป็นผู้บริหารเงินลงทุนตามนโยบายที่กำหนด เช่น ลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น
       ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนมีเงินเริ่มต้น 1,000 บาท อาจไม่สามารถกระจายการลงทุนไปยังหุ้นหลายบริษัทได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อลงทุนผ่านกองทุนรวม เงินของผู้ลงทุนแต่ละคนจะถูกนำมาบริหารร่วมกัน ทำให้กองทุนสามารถกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลายประเภทได้ง่ายขึ้น

       
       ข้อดีที่ทำให้กองทุนรวมได้รับความนิยม

  • เริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก มีตั้งแต่ 1 บาท,  500 บาท และ 1,000 บาท
  • มีผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารพอร์ตการลงทุน
  • ช่วยกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท
  • มีทางเลือกที่หลากหลายตามระดับความเสี่ยงที่รับได้
  • ลงทุนกองทุนรวมมือใหม่ก็ลงทุนได้ไม่ยาก

       ด้วยเหตุนี้ กองทุนรวมจึงมักเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ที่ยังไม่มีเวลาศึกษาการลงทุนด้วยตัวเอง

     
       กองทุนรวมมีอะไรบ้าง? รู้จักประเภทกองทุนก่อนตัดสินใจลงทุน

       เมื่อเข้าใจแล้วว่ากองทุนรวมคืออะไร ขั้นต่อไปคือการทำความรู้จักประเภทของกองทุน เพราะแต่ละประเภทมีลักษณะการลงทุน ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

1. กองทุนตลาดเงิน
       กองทุนประเภทนี้เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น เงินฝากหรือเครื่องมือทางการเงินระยะสั้น
เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการพักเงินชั่วคราว
  • ผู้ที่มีเป้าหมายใช้เงินในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
  • ผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย


2. กองทุนตราสารหนี้
       เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หรือหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย
เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้น
  • ผู้ที่รับความเสี่ยงได้ในระดับต่ำถึงปานกลาง
  • เป้าหมายทางการเงินระยะกลางประมาณ 1-5 ปี


3. กองทุนผสม
       เป็นกองทุนรวมที่กระจายการลงทุนทั้งในหุ้นและตราสารหนี้ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสรับผลตอบแทนและความเสี่ยง
เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่เริ่มต้นลงทุน
  • ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง
  • ผู้ที่ยังไม่มั่นใจว่าจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด


4. กองทุนหุ้น
       เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งในและต่างประเทศ
เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว
  • ผู้ที่สามารถรับความผันผวนของตลาดได้
  • เป้าหมายทางการเงินระยะยาวตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป


5. กองทุนต่างประเทศ
       เป็นกองทุนที่นำเงินไปลงทุนในตลาดต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น หรือประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่
เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังหลายภูมิภาค
  • ผู้ที่มองหาโอกาสเติบโตจากเศรษฐกิจโลก
  • ความเสี่ยงของกองทุนแต่ละประเภทที่ควรรู้ก่อนลงทุน

       แม้ว่ากองทุนรวมจะมีผู้เชี่ยวชาญช่วยบริหารเงินลงทุน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะปราศจากความเสี่ยง การทำความเข้าใจความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน


1. ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
       มูลค่าของกองทุนอาจปรับตัวขึ้นหรือลงตามภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์ทางการเมือง หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดการเงิน ซึ่งกองทุนหุ้นมักได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงประเภทนี้มากกว่ากองทุนตราสารหนี้

2. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย
       เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลต่อมูลค่าของตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้ โดยทั่วไป หากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น ราคาตราสารหนี้เดิมอาจลดลงได้

3. ความเสี่ยงด้านเครดิต
       เกิดจากความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร หากผู้ออกตราสารประสบปัญหาทางการเงิน อาจส่งผลต่อผลตอบแทนของกองทุนได้

4. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
       สำหรับกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน แม้ว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนจะให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ค่าเงินที่ผันผวนอาจส่งผลต่อผลตอบแทนที่ได้รับจริง

ตารางเปรียบเทียบระดับความเสี่ยงของกองทุน
ระดับ
ความเสี่ยง
ประเภทกองทุน ลักษณะการลงทุน เหมาะกับใคร
1 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ ลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศไทย ผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้น มีสภาพคล่องสูง และรับความเสี่ยงได้ต่ำ
2 กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ ลงทุนในตราสารการเงินระยะสั้นและเงินฝากในต่างประเทศ ผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากกว่ากองทุนตลาดเงินในประเทศเล็กน้อย
3 กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจเป็นหลัก ผู้ที่ต้องการความมั่นคงและรับความเสี่ยงได้ต่ำ
4 กองทุนรวมตราสารหนี้ ลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ และตราสารหนี้ภาครัฐหรือเอกชน ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนมากขึ้น และยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับต่ำถึงปานกลาง
5 กองทุนรวมผสม ลงทุนทั้งตราสารหนี้ หุ้น หรือสินทรัพย์อื่นในสัดส่วนที่หลากหลาย ผู้ที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง
6 กองทุนรวมตราสารทุน ลงทุนในหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศเป็นหลัก ผู้ที่ลงทุนระยะยาว และยอมรับความผันผวนของตลาดได้
7 กองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรม ลงทุนเฉพาะกลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี สุขภาพ หรือพลังงาน ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง และเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมที่เลือกลงทุน
8 กองทุนรวมทางเลือก ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ น้ำมัน หรืออสังหาริมทรัพย์เฉพาะทาง ผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง และต้องการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ทางเลือก

     
        ทั้งนี้ระดับความเสี่ยงเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ผู้ลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนและระดับความเสี่ยงของแต่ละกองทุนเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

       
       ก่อนเลือกกองทุนรวม ควรรู้จักระดับความเสี่ยงของตัวเอง

       แม้ว่ากองทุนรวมแต่ละประเภทจะมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการเข้าใจว่าตัวเองสามารถรับความผันผวนจากการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละกองทุนไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน ควรทำแบบประเมินความเหมาะสมในการลงทุน (Suitability Test) เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนเริ่มลงทุน ซึ่งโดยทั่วไปสามารถแบ่งนักลงทุนออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักดังนี้

       1. นักลงทุนแบบ Conservative
  • เน้นรักษาเงินต้น 
  • รับความผันผวนได้น้อย 
  • เหมาะกับกองทุนตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ 
       2. นักลงทุนแบบ Moderate
  • ยอมรับความผันผวนได้ในระดับหนึ่ง 
  • ต้องการสร้างผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก 
  • เหมาะกับกองทุนผสมหรือกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนหลากหลาย 
       3. นักลงทุนแบบ Aggressive
  • รับความเสี่ยงได้สูง 
  • มุ่งหวังการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว 
  • เหมาะกับกองทุนหุ้นหรือกองทุนต่างประเทศที่มีความผันผวนสูง  
  • เลือกลงทุนในกองทุนรวมให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง
       
       การเลือกลงทุนกองทุนรวมมือใหม่ที่เน้นผลตอบแทนย้อนหลังเพียงอย่างเดียวเป็นหนึ่งในข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ทั้งที่จริงแล้วกองทุนที่เหมาะสมควรสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของผู้ลงทุน

       1. เป้าหมายระยะสั้น
  • หากมีแผนใช้เงินภายใน 1-3 ปี เช่น ท่องเที่ยว แต่งงาน หรือซื้อรถ การเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางอาจเหมาะสมกว่า
       2. เป้าหมายระยะกลาง
  •  สำหรับเป้าหมายในช่วง 3-5 ปี เช่น เงินดาวน์บ้านหรือค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา อาจพิจารณากองทุนผสมหรือกองทุนตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงเหมาะสม
       3. เป้าหมายระยะยาว
  • หากมีเป้าหมายระยะยาวมากกว่า 10 ปี เช่น การวางแผนเกษียณ กองทุนหุ้นหรือกองทุนที่มีสัดส่วนหุ้นสูงอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว รวมถึงยังสามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมลดหย่อนภาษีได้       นอกจากนี้ ผู้ลงทุนควรถามตัวเองเสมอว่า หากมูลค่าการลงทุนลดลงชั่วคราว จะยังสามารถถือการลงทุนต่อได้หรือไม่ เพราะความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน

       
       เช็กลิสต์ปิดท้าย ลงทุนกองทุนรวมมือใหม่เริ่มต้นอย่างไรให้มั่นใจ

         แนวทางการลงทุนกองทุนรวมมือใหม่ ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีเพื่อช่วยลดความกังวลและเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ โดยสามารถเช็กลิสต์ได้ตามนี้ก่อนเลือกลงทุนในกองทุนรวม
       1. กำหนดเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจน
       2. ประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
       3. ศึกษานโยบายการลงทุนของกองทุนก่อนตัดสินใจ
       4. อ่านหนังสือชี้ชวนและข้อมูลสำคัญของกองทุนรวม
       5. เริ่มลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เหมาะสมกับสถานะการเงินของตนเอง
       6. ติดตามผลการลงทุนและทบทวนพอร์ตเป็นระยะ

       การลงทุนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือการเลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของตัวเอง


บทสรุป

       กองทุนรวมเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้เริ่มต้นลงทุนเข้าถึงตลาดการเงินได้ง่ายขึ้น ผ่านการบริหารของผู้เชี่ยวชาญและการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท อย่างไรก็ตาม ก่อนลงทุนควรทำความเข้าใจและเลือกกองทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตัวเอง เมื่อเข้าใจทั้งเรื่องผลตอบแทน ความเสี่ยง และระยะเวลาการลงทุนแล้ว กองทุนรวมจะกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       ปัจจุบันกองทุนรวมสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด ผ่านแอปพลิเคชัน Kept by krungsri ที่มีกระปุกลงทุน Kept Invest ให้สามารถเลือกลงทุนในกองทุนรวมตามเป้าหมายทางการเงินของตัวเองได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง หรือการสร้างความมั่นคงในระยะยาว บริหารตามความเสี่ยงที่รับได้ โดยสามารถเลือกลงทุนได้หลากหลายกองทุน และขอรับหนังสือชี้ชวนหรือบริการคำแนะนำ Kept advice โทร. 02-296-6299 กด 2 ศึกษาข้อมูลกองทุนและเริ่มต้นลงทุนได้ผ่านแอปเดียว

 คำเตือน:
 - การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน
 - ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต


คำถามที่พบบ่อย

       1. กองทุนรวมเริ่มลงทุนขั้นต่ำเท่าไร?
  • กองทุนรวมส่วนใหญ่สามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยเงินหลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน ทำให้ผู้เริ่มต้นสามารถเข้าถึงการลงทุนได้ไม่ยาก
       2. ลงทุนในกองทุนรวมมีโอกาสขาดทุนหรือไม่?
  • มีโอกาสขาดทุนได้ เนื่องจากผลตอบแทนขึ้นอยู่กับมูลค่าของสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน โดยระดับความเสี่ยงจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเภทกองทุน
       3. มือใหม่ควรเลือกกองทุนรวมประเภทไหนดี?
  • ควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายทางการเงินและประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หากรับความเสี่ยงได้น้อย อาจพิจารณากองทุนตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ ส่วนผู้ที่ลงทุนระยะยาวอาจพิจารณากองทุนหุ้นหรือกองทุนผสมตามความเหมาะสมของตนเอง
แหล่งอ้างอิง:
[1] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. กองทุนรวม มีทั้งหมดกี่ประเภทกันแน่? สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2026
[2] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. เลือกกองทุนฉบับมือใหม่. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2026
[3] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. 3 ขั้นตอนคัดเลือกกองทุนรวมที่ใช่. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2026