รู้เท่าทันภัยการเงิน

Banner image alt

รวม 4 มุกมิจฉาชีพ สุดโกง รู้ไม่ทันอาจตกเป็นเหยื่อแบบหวานเจี๊ยบ

รู้เท่าทันภัยการเงิน
7/7/2026
Share

Highlight

         คำว่า “รวมมิจฯ” อาจฟังดูเหมือนคำเรียกเล่น ๆ คล้ายขนมแสนอร่อย แต่ถ้าเป็น “รวมมิจฉาชีพ” เรื่องนี้เล่นด้วยไม่ได้ เพราะกลโกงมิจฉาชีพในปัจจุบันหยิบเรื่องใกล้ตัวมาใช้หลอกได้สารพัด ทั้ง SMS แจ้งค่าทางด่วน งานที่ได้เงินง่าย ๆ ข้อความแจ้งเตือน ไปจนถึงกลุ่มแชตลงทุนที่ชวนให้เชื่อว่ากำลังจะได้เงินก้อนโต โดยจุดร่วมของมุกเหล่านี้คือการทำให้เรากลัว รีบตัดสินใจ หรือรู้สึกว่าไม่ควรพลาดโอกาส

 

OG-Image-(2).jpg

4 มุกมิจฯ ที่ต้องรู้ทัน ก่อนตกเป็นเหยื่อกลโกงมิจฉาชีพ

       มิจฉาชีพอาจเปลี่ยนเรื่องที่ใช้หลอกไปเรื่อย ๆ แต่ว่าทุกมุกมักมีจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องรีบจัดการ ลองสังเกตให้ดีว่าเขากำลังใช้วิธีไหน และจะป้องกันมิจฉาชีพได้อย่างไรบ้าง

มุกที่ 1: SMS ทวงค่าทางด่วน รีบจ่ายก่อนโดนปรับ

       มิจฉาชีพอาจส่ง SMS แจ้งว่ามียอดค้างชำระค่าผ่านทางพิเศษ พร้อมแนบลิงก์ให้รีบจ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับหรือการดำเนินคดี
ข้อความลักษณะนี้อาจทำให้เราตกใจและรีบกดลิงก์ และไม่ทันสังเกตเว็บไซต์ปลายทาง หากเป็นลิงก์ปลอม อาจนำไปสู่หน้าที่หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัตรเครดิต CVV หรือ OTP ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ทำธุรกรรมต่อได้

       วิธีรับมือ: อย่ากดลิงก์แปลกปลอม และอย่ากรอกข้อมูลสำคัญผ่านลิงก์ที่น่าสงสัย หากต้องการตรวจสอบยอด ให้เข้าเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทาง Official ของหน่วยงานนั้นด้วยตัวเอง และตรวจสอบ URL ก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง

มุกที่ 2: เงินเข้าง่าย ๆ ระวังกลายเป็นบัญชีม้า

       กลโกงมิจฉาชีพลักษณะนี้ คือการขอให้เปิดบัญชีให้เพื่อแลกค่าตอบแทน หรือช่วยรับเงินแล้วโอนต่อ อาจฟังเหมือนงานง่ายที่ได้เงินเร็ว และก็เห็นตัวคนที่ขอจริง ๆ แต่บัญชีของเราอาจถูกนำไปใช้เป็นทางผ่านของเงินที่ผิดกฎหมาย
       สัญญาณที่ควรระวังคือการขอให้เปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้ รับเงินจากคนที่ไม่รู้จักแล้วโอนต่อ หรือขอข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน เลขบัญชี และ OTP รวมถึงงานที่อ้างว่าได้เงินง่ายหรือได้เงินเร็ว แต่ต้องใช้บัญชีของเราในการรับและโอนเงินแทน

       วิธีรับมือ: ไม่เปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ ไม่โอนเงินที่ไม่รู้ที่มา และไม่ให้ข้อมูลสำคัญกับผู้อื่น หากมีเงินจากคนแปลกหน้าเข้าบัญชี ควรหยุดตรวจสอบก่อน ไม่ควรรีบโอนคืนเพียงเพราะผู้โอนขอร้อง บังคับ หรือข่มขู่ ควรให้เจ้าของบัญชีที่โอนผิดไปแจ้งความและแจ้งธนาคารด้วยตนเอง

มุกที่ 3: “แจ้งเตือนด่วน” ยิ่งเร่ง ยิ่งต้องเช็ก

       มิจฉาชีพออนไลน์อาจปลอมเป็นธนาคาร แอปพลิเคชัน หรือผู้ให้บริการต่าง ๆ แล้วส่งข้อความแจ้งเตือน เช่น ระบบกำลังอัปเดต มีค่าบริการค้างชำระ หรือบัญชีเงินฝากมีความผิดปกติ จากนั้นแนบลิงก์เพื่อให้เราเข้าไปแก้ไขปัญหา จุดสำคัญคือข้อความมักสร้างความรู้สึกว่า “ต้องทำตอนนี้” ยิ่งเร่งมากเท่าไร ยิ่งควรหยุดตรวจสอบให้มากขึ้น

       วิธีรับมือ: เช็กเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมลของผู้ส่ง และตรวจสอบกับหน่วยงานผ่านช่องทางทางการก่อนคลิกลิงก์ หากยังไม่แน่ใจ ให้ยึดหลัก “ไม่รีบเชื่อ ไม่รีบกด ไม่รีบโอน”

มุกที่ 4: กลุ่มแชตลงทุน อวดกำไรเก่ง ระวังโดนหลอกให้โอนเงินเพิ่มไม่รู้จบ

       มุกหลอกลงทุนเป็นกลโกงมิจฉาชีพที่เริ่มจากการสร้างบรรยากาศให้รู้สึกว่า “คนอื่นกำลังได้กำไรจริง” แล้วค่อยพาไปสู่การโอนเงิน โดยอาจใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เช่น

  • กลุ่มแชตหน้าม้า เข้ากลุ่มปุ๊บ มีคนอวดรวย อวดกำไร หรือพูดถึงผลตอบแทน แต่สิ่งที่เห็นในกลุ่มมาจากข้อความหน้าม้าทั้งหมด โดยมีเราเป็นเหยื่อเพียงคนเดียว
  • อาศัยความสนิทสร้างความไว้ใจต่อ อย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะคนชวนเป็นคนรู้จัก เพราะเขาเองก็อาจถูกหลอกมาอีกทอดหนึ่ง
  • จูงใจด้วยกำไรสูง ช่วงแรกอาจจ่ายผลตอบแทนจริงเพื่อสร้างความมั่นใจ ก่อนจะหลอกให้โอนเงินเพิ่มในภายหลัง
  • แอบอ้างคนดังหรือองค์กรที่มีชื่อเสียง เพื่อทำให้ข้อเสนอการลงทุนดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

       วิธีรับมือ: ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ชักชวนและผู้ให้บริการให้รอบด้าน เช่น ตรวจสอบว่ามีตัวตน ข้อมูลธุรกิจ รวมถึงตรวจสอบการจดทะเบียนหรือใบอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนโอนเงิน


ถ้าไม่แน่ใจว่ากำลังโดนมิจฉาชีพหลอกไหม ให้หยุดก่อน
ก่อนคลิก ก่อนกรอกข้อมูล หรือก่อนโอนเงิน ลองหยุดเช็ก 3 อย่างสั้น ๆ

  • หยุด อย่าเพิ่งทำตามข้อความหรือคำชวนที่ทำให้รู้สึกต้องรีบตัดสินใจ
  • เช็ก ตรวจสอบผู้ส่ง เว็บไซต์ บัญชีปลายทาง หรือข้อมูลของผู้ให้บริการผ่านช่องทางทางการ
  • ค่อยตัดสินใจ เมื่อยังไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งคลิก อย่าเพิ่งกรอกข้อมูล และอย่าเพิ่งโอนเงิน
 

และหากถูกหลอกหรือพบธุรกรรมที่น่าสงสัยสามารถแจ้งได้ที่

  • •    สายด่วนศูนย์ AOC 1441
  • •    ลูกค้า Kept by krungsri สามารถติดต่อ Kept help center โทร. 02-296-6299 กด 1 หรือสายด่วนธนาคารกรุงศรี โทร. 1572 กด 5 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

       ทั้งนี้ ทางธนาคารได้ยกเลิกการส่ง SMS และ Email ที่มีการแนบลิงก์แล้ว หากได้รับข้อความที่อ้างว่ามาจากธนาคารพร้อมแนบลิงก์ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นกลโกงมิจฉาชีพ (เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ขอรับข้อมูลด้วยตัวเองผ่านช่องทางทางการ) และที่สำคัญคือ “ไม่กด ไม่กรอก ไม่ตอบ” โดยเด็ดขาด
 

บทสรุป
       
4 กลโกงมิจฉาชีพนี้อาจมาในรูปแบบต่างกัน แต่มีจุดร่วมคือพยายามทำให้เรากลัว โลภ หรือรีบตัดสินใจ หากเจอสถานการณ์ที่กระตุ้นความรู้สึกเหล่านี้ ให้หยุดก่อน ตรวจสอบข้อมูล และอย่าเพิ่งคลิกลิงก์หรือโอนเงินจนกว่าจะมั่นใจ ต้องท่องไว้เลยว่า “ไม่รีบเชื่อ ไม่รีบกด ไม่รีบโอน และเช็กให้ชัวร์ก่อนทุกครั้ง”
 
คำถามที่พบบ่อย


1. ถ้าเผลอกดลิงก์จากข้อความต้องทำอย่างไร?

  • หากเผลอกดลิงก์ที่น่าสงสัย อย่าเพิ่งกรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัตร หรือ OTP และอย่าทำธุรกรรมต่อ หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อ ให้รีบขอความช่วยเหลือผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้อง

2. ถ้ามีเงินจากคนที่ไม่รู้จักโอนเข้าบัญชี ควรโอนคืนเองหรือไม่?

  • ไม่ควรรีบโอนกลับเพียงเพราะมีคนติดต่อมาขอให้คืน ควรหยุดตรวจสอบที่มาของเงินและติดต่อช่องทางที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อป้องกันการเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นบัญชีม้า

3. จะรู้ได้อย่างไรว่าข้อเสนอการลงทุนที่เจอสามารถเชื่อถือได้?

  • ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ชักชวนและผู้ให้บริการ รวมถึงข้อมูลการจดทะเบียนหรือใบอนุญาตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน

แหล่งอ้างอิง
[1] ก.ล.ต. 6 ข้อ เช็กก่อนเชื่อ ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2026
[2] ธนาคารแห่งประเทศไทย. กลโกงธนาคารออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2026
[3] กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. AOC 1441 เตือนภัยปี 69 คนวัยทำงานเสี่ยงสุดกลโกงโจรออนไลน์ ใช้ AI ปลอมหน้าคนรู้จัก-QR Code ปลอมดูดเงินแบบไร้รอยต่อ. สืบค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2026