276.0 K views
26 August 2025

ลดหย่อนภาษีปีนี้ ซื้อกองทุนอะไรดี ? Finnomena Funds ชวนมาเติม-ปรับ-ขยับพอร์ต Tax Tactic Pick Your Next Move พร้อมพลิกเกมด้วย RMF และ Thai ESG จาก 4 สไตล์การลงทุน อัปเดตใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2026

 

1. The Pioneer: กองหน้าตัวเป้า สายล่าอนาคต

 

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี, AI, สุขภาพ, พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น สำหรับเป้าหมายคว้าโอกาสเพื่อสร้างผลตอบแทนจากธีมแห่งอนาคต

กองทุนลดหย่อนภาษี กองหน้าตัวเป้า สายล่าอนาคต

 

  • K-GTECHRMF กองทุนหุ้นเทคโนโลยี เน้นบริษัทคุณภาพดีทั่วโลก ที่ระดับราคาเหมาะสม
  • TAIRMF-A กองทุนหุ้น AI & Big Data โดยคัดเลือกจากบริษัทที่มีการจดสิทธิบัตรด้าน AI
  • SCBRMGHC กองทุนหุ้น Health Care บริหารกองทุนโดยผู้เชี่ยวชาญสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ
  • K-GIFRMF กองทุนหุ้น Global Infrastructure เพื่อสร้างรายได้และมีกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
  • MRENEWRMF กองทุนหุ้น Clean Energy ได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

 

 

2. The Explorer: กองกลางตัวรุก หัวใจในแดนบุก

 

กองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับเป้าหมายในการสร้างสรรค์โอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว พร้อมค้นหาการลงทุนที่ยอดเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลก

กองทุนลดหย่อนภาษี กองกลางตัวรุก หัวใจในแดนบุก

 

  • KKP GNP RMF-UH กองทุนหุ้นทั่วโลก บริหารแบบ Multi-Manager และมุ่งหวังชนะตลาดในระยะยาว
  • KF-US-PLUSRMF กองทุนหุ้นอเมริกา คัดเลือกหุ้นเชิงรุก เพื่อเพิ่มโอกาสชนะตลาด S&P500
  • SCBRMMLCA กองทุนหุ้นจีน All China ใช้ Machine Learning คัดสรรหุ้นคุณภาพ
  • B-ASIARMF กองทุนหุ้นเอเชีย เน้นบริษัทขนาดใหญ่ในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตสูง
  • B-INDIAMRMF กองทุนหุ้นอินเดีย เน้นบริษัทขนาดกลางที่โตตามกำลังซื้อของคนอินเดีย
  • PRINCIPAL VNEQRMF กองทุนหุ้นเวียดนาม กองทุนแรกของไทยที่ลงทุนตรงในหลักทรัพย์เวียดนาม
  • THDRMF-A กองทุนหุ้นไทยปันผลสูง ในดัชนี SETHD ที่รายได้เติบโตและมีกระแสเงินสดดี
  • TDSTHAIESG-A กองทุนหุ้นไทยปันผลสูง ซึ่งให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนของ SET ESG

 

 

3. The Balancer: กองกลางสายสมดุล เน้นคุมจังหวะเกม

 

กองทุนที่มีนโยบายจัดพอร์ตแบบสมดุลในหลากหลายสินทรัพย์ ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์อื่น ๆ สำหรับเป้าหมายรักษาสมดุลทั้งรุกและรับ พร้อมบริหารความผันผวนให้พอร์ตการลงทุน

กองทุนลดหย่อนภาษี กองกลางสายสมดุล เน้นคุมจังหวะเกม

 

  • ES-GAINCOMERMF กองทุนที่จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้นสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ
  • TGSMARTRMF-A กองทุนที่จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้นจำกัดความเสี่ยงขาลงและลดความผันผวน
  • KTAG70/30-THAIESG กองทุนที่จัดพอร์ตผสม หุ้นไทยยั่งยืน 70% ตราสารหนี้ยั่งยืน 30%

 

 

4. The Defender: กองหลังปราการแกร่ง รับเหนียวแน่นทุกสภาวะ

 

กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ รวมถึงทองคำ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเน้นความมั่นคงและสม่ำเสมอ ช่วยปกป้องพอร์ตและรับมือกับความเสี่ยง

กองทุนลดหย่อนภาษี กองหลังปราการแกร่ง รับเหนียวแน่นทุกสภาวะ

 

  • K-GDBONDRMF กองทุนตราสารหนี้โลก ลงทุนเชิงรุก ยืดหยุ่นตามภาวะตลาด
  • KKP INRMF กองทุนตราสารหนี้ไทย ผันผวนต่ำ ผลตอบแทนสม่ำเสมอ
  • BGOLDRMF กองทุนทองคำ ที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
  • K-ESGBF-THAIESG กองทุนตราสารหนี้ไทยยั่งยืน เน้นกลุ่มความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade

 

เปิดบัญชีกองทุนรวมกับ Finnomena

เพื่อเริ่มต้นลงทุนลดหย่อนภาษี คลิกเลย

 


 

 

สารบัญ RMF รายกอง (คลิกชื่อกองที่สนใจได้เลย)

 

 

  1. หุ้นทั่วโลก: KKP GNP RMF-UH
  2. หุ้นเทคโนโลยี: K-GTECHRMF
  3. หุ้นสหรัฐอเมริกา: KF-US-PLUSRMF
  4. หุ้นจีน: SCBRMMLCA
  5. หุ้นเอเชียตลาดเกิดใหม่: B-ASIARMF
  6. หุ้นอินเดีย: B-INDIAMRMF
  7. หุ้นเวียดนาม: PRINCIPAL VNEQRMF
  8. หุ้นไทยปันผลสูง: THDRMF-A
  9. หุ้นกลุ่มสุขภาพ: SCBRMGHC
  10. หุ้นกลุ่ม AI และ Big Data: TAIRMF-A
  11. หุ้นกลุ่ม Global Infrastructure: K-GIFRMF
  12. หุ้นกลุ่ม Clean Energy: MRENEWRMF
  13. จัดพอร์ตผสมเน้นสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ: ES-GAINCOMERMF
  14. จัดพอร์ตผสมเน้นลดความผันผวน: TGSMARTRMF-A
  15. ตราสารหนี้โลก: K-GDBONDRMF
  16. ตราสารหนี้ไทย: KKP INRMF 
  17. ทองคำ: BGOLDRMF

 

 

สารบัญ Thai ESG รายกอง (คลิกชื่อกองที่สนใจได้เลย)

 

 

  1. หุ้นไทยยั่งยืน: TDSThaiESG-A
  2. กองทุนผสม: KTAG70/30-ThaiESG
  3. ตราสารหนี้ไทยยั่งยืน: K-ESGBF-ThaiESG

 

โพยกองทุน RMF ThaiESG ปี 2026

 

มุมมองการลงทุนโดย Finnomena Funds ณ เดือนสิงหาคม 2026

 

 

สำหรับสายจัดพอร์ต (Asset Allocation) ห้ามพลาด !! กองทุนจัดชุด RMF ปี 2026 คัดให้ครบทั้งกลยุทธ์เสี่ยงสูง กลาง ต่ำ ได้ที่

www.finnomena.com/finnomenafunds/rmf-series-package

 

 


 

 

สรุปโพยกองทุนแนะนำ RMF

 

 

1. หุ้นโลก: KKP GNP RMF-UH

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Capital Group - New Perspective Fund ที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลก ซึ่งมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของโลกอนาคต
  • กองทุนหลักบริหารแบบเชิงรุก (Active) มีสไตล์การลงทุนที่สร้าง Alpha ในระยะยาว พร้อมกับรักษาความผันผวนของพอร์ตให้ไม่สูงเกินไป โดยผลตอบแทนมีความสัมพันธ์กับหุ้นโลก MSCI ACWI
  • บริหารโดยทีมที่มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี โดย Portfolio Turnover ค่อนข้างต่ำเฉลี่ยที่ 25% และมีหุ้นกว่า 60% ถือครองมานานกว่า 5 ปี
  • เลือกหุ้นแบบ Bottom-Up บริหารแบบ Multi-Manager ทำให้ครอบคลุมการลงทุนในหุ้นที่หลากหลาย มีการกระจายการลงทุนสูงมาก มีความต่อเนื่องของกลยุทธ์ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตัวผู้จัดการกองทุนรายเดียว ซึ่งเป็นความเสี่ยงทั่วไปของกองทุนส่วนใหญ่
  • กองทุน KKP GNP RMF-UH ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ซึ่งในระยะสั้นช่วยลดต้นทุน Hedging Cost ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับสูง ส่วนในระยะยาวการเปิดความเสี่ยงค่าเงินมีส่วนช่วยลดความผันผวนลงได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างทิศทางของ USD กับราคาหุ้นโลกมักจะสวนทางกันในสภาวะที่ตลาดหุ้นเกิดการปรับตัวจาก Risk-off ในสินทรัพย์เสี่ยง

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

2. หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี: K-GTECHRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก CT (Lux) Global Technology เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ซึ่งเติบโตตามเมกะเทรนด์
  • กองทุนหลักใช้กลยุทธ์ GARP (Growth at a Reasonable Price) ที่เน้นคัดสรรหุ้นคุณภาพ แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง มีอัตรากำไรที่สูง แต่ยังซื้อขายในมูลค่าที่สมเหตุสมผล
  • บริหารจัดการโดย ‘Paul Wick’ ซึ่งบริหารกองทุนเทคโนโลยีนี้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1990 และเคยมีประสบการณ์บริหารพอร์ตผ่านพ้นช่วงวิกฤติ Dot-Com Crisis รวมถึงวิกฤตการเงินครั้งใหญ่อย่าง Hamburger Crisis 2008 
  • ทีมงานประกอบด้วยนักวิเคราะห์อาวุโส 12 คน และนักวิเคราะห์ผู้ช่วย 2 คน โดยมีประสบการณ์เฉลี่ยในอุตสาหกรรมยาวนานกว่า 28 ปี ครอบคลุมลงลึกถึง 12 กลุ่มย่อยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างครบถ้วน

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

3. หุ้นสหรัฐอเมริกา: KF-US-PLUSRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Select Equity Plus Fund ซึ่งคัดเลือกหุ้นสหรัฐอเมริกา โดยมีตั้งเป้าหมายให้ผลการดำเนินงานใกล้เคียงหรือดีกว่าดัชนี S&P500 บนความผันผวนที่ใกล้เคียงกัน 
  • กลยุทธ์ที่สำคัญคือ Long-Short Extension โดยพอร์ตหลัก (Core Portfolio) จะลงทุน Long ในหุ้นที่ผู้จัดการกองทุนมีมุมมองเชิงบวก 100% และเพิ่มพอร์ตส่วนขยาย (Extension Portfolio) ด้วยการขาย Short ในหุ้นที่มองเป็นลบ 30% แล้วนำเงินที่ได้ไป Long เพิ่มในหุ้นที่มองเป็นบวกอีก 30% ทำให้มี Net Market Exposure สุทธิที่ 100% 
  • การคัดเลือกหุ้นจะเน้นวิเคราะห์เชิงลึกที่ปัจจัยพื้นฐาน (Bottom-up) มากกว่า 80% รวมถึงมีกลยุทธ์สร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ที่สำคัญคือ Pair Trades ซึ่งเป็นการสร้างคู่ Long และ Short ภายในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อคว้าโอกาสจากส่วนต่างของราคา

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

4. หุ้นจีน All China: SCBRMMLCA

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในหุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายหลายตลาดแบบ All China บริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์สูงของบลจ. ไทยพาณิชย์ (SCBAM) 
  • คัดเลือกหุ้นด้วยการใช้ Machine Learning ด้วยข้อมูลหลากหลายมิติ จากนั้นทำ Portfolio Optimization เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับเหมาะสม
  • มีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินแบบ Active ระหว่างสกุลเงินบาทและสกุลเงินที่ลงทุน (ดอลลาร์ฮ่องกงหรือหยวน) ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผลตอบแทนเหนือกองทุนหุ้นจีนกองอื่นที่ป้องกันความเสี่ยงคู่ค่าเงิน USD/THB จากการลงทุนผ่านกองทุนหุ้นจีนหลักในสกุลดอลลาร์สหรัฐ

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

5. หุ้นเอเชียตลาดเกิดใหม่: B-ASIARMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco Asian Equity Fund ซึ่งเน้นหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) 
  • บริหารแบบเชิงรุก (Active) ค้นหาหุ้นเอเชียขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง พร้อมด้วยกลยุทธ์กระจายพอร์ตการลงทุนแบบมืออาชีพ ที่บางจังหวะได้เพิ่มน้ำหนักในหุ้นเอเชียบางตลาดที่หลายคนมองข้าม (Contrarian)
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนทำได้ดีกว่าดัชนีชี้วัด (Benchmark) นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

6. หุ้นอินเดีย: B-INDIAMRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Kotak Funds - India Midcap Fund ซึ่งเน้นไปที่หุ้นอินเดียขนาดกลางเป็นส่วนใหญ่ เพื่อรับอานิสงค์จากกลุ่ม Middle-Class ที่กำลังเติบโต
  • กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นกว่า 10 ปี โดย Kotak เป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในประเทศอินเดีย ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนาน
  • B-INDIAMRMF มีนโยบายการบริหาร FX Hedging Policy อย่าง Active ทำให้ผลการดำเนินงานส่งต่อมาได้อย่างเต็มที่ในระยะยาว

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

7. หุ้นเวียดนาม: PRINCIPAL VNEQRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • เป็นกองทุนแรกของประเทศไทยที่ทำการลงทุนในหลักทรัพย์ของเวียดนามโดยตรง ทั้งหุ้น และ ETF 
  • วิเคราะห์และจัดพอร์ตโดยผู้จัดการกองทุนชาวไทยและเวียดนาม ซึ่งเชี่ยวชาญในการเลือกหุ้น และหา Sector ที่มีโอกาสเติบโตระยะยาว ด้วยมูลค่าที่เหมาะสม 
  • ใช้กลยุทธ์ Core-Satellite Port เน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาว และมีการสับเปลี่ยนหุ้นบางส่วนตามสภาวะตลาดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนระยะสั้น

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

8. หุ้นไทย: THDRMF-A

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • เน้นลงทุนหุ้นไทยในดัชนี SETHD ที่มีการจ่ายปันผลดีอย่างสม่ำเสมอ 
  • คัดเลือกหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน โดยเน้นที่มีการเติบโตของรายได้และกระแสเงินสดที่ดี พิจารณาประวัติการจ่ายเงินปันผลช่วง 3-5 ปี และคาดการณ์แนวโน้มปันผลในอนาคตว่าจะยังคงจ่ายในอัตราที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ทำให้หน้าพอร์ตการลงทุนมีบริษัทที่จ่ายปันผลโดดเด่นประมาณ 20-25 บริษัท 
  • บริหารโดยผู้จัดการกองทุนสาย Value มากประสบการณ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนเดียวกันกับ TISCOHD ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นและเป็นผู้จัดตั้งกองทุนดังกล่าว

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

9. หุ้นกลุ่มสุขภาพ: SCBRMGHC

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Janus Henderson Global Life Sciences Fund ซึ่งเน้นหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพทั่วโลก
  • บริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่มีประวัติการศึกษาในสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ และมีประวัติการบริหารกองทุน Healthcare มานานกว่า 20 ปี 
  • มีหุ้น Healthcare หลากหลายธีม เช่น ผู้ผลิตยา ธุรกิจไบโอเทคโนโลยี ผู้ให้บริการด้านประกันสุขภาพ และมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนให้เหมาะสมอยู่เสมอ

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

10. หุ้นกลุ่ม AI และ Big Data: TAIRMF-A

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Xtrackers Artificial Intelligence & Big Data UCITS ETF โดยมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี Nasdaq Global Artificial Intelligence and Big Data 
  • สะท้อนผลการดำเนินงานของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักเกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence), การประมวลผลข้อมูล (Data Processing) และความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ 
  • จุดเด่นของกองทุนคือการเน้นให้คะแนนการคัดเลือกหุ้นจากการจดสิทธิบัตรด้าน AI (Patents) ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าบริษัทได้ประโยชน์ด้าน AI อย่างแท้จริง 

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

11. หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก: K-GIFRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Wellington Enduring Infrastructure Assets Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก (Global Infrastructure) 
  • ครอบคลุมกลุ่มบริษัทที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางกายภาพที่มีอายุการใช้งานยาวนาน (Long-lived Physical Assets) มีรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ คาดการณ์ได้ง่าย แบ่งออกเป็น 4 แกนหลัก ได้แก่ สาธารณูปโภค, การขนส่ง, พลังงานขั้นกลาง และโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร
  • มีสไตล์การบริหารแบบไม่อิงดัชนีชี้วัด (Benchmark Agnostic) จึงเน้นน้ำหนักในบริษัทที่ทีมงานมีความมั่นใจสูง (High Conviction) ได้เต็มที่ คัดสรรหุ้นแบบเจาะจงเพียง 30-40 บริษัท ทำให้กองทุนสามารถสร้างความแตกต่างจากตอบแทนส่วนเพิ่มเหนือตลาด (Alpha)

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย

 

 

12. หุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดทั่วโลก: MRENEWRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก BGF Sustainable Energy Fund เน้นลงทุนในบริษัททั่วโลกที่มีส่วนร่วมหรือได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy Transition) ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ การผลิตพลังงานสะอาด, การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการขนส่งพลังงานไฟฟ้า 
  • บริหารโดยบลจ. ระดับโลก  BlackRock ซึ่งมีทีมบริหารที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในกลุ่มพลังงานยั่งยืนมายาวนาน พร้อมด้วยทรัพยากรการวิเคราะห์เชิงลึกระดับสากล และระบบการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง
  • การลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดได้รับแรงหนุนจากความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลทั่วโลก เนื่องจากการเติบโตแรงของ AI & Data Centers

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม คลิกเลย

 

 

13. จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้น Income Focus: ES-GAINCOMERMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Amundi Funds - Income Opportunities ซึ่งมีกลยุทธ์แบบ Global Multi-Asset Allocation เน้นลงทุนตราสารทุนไม่เกิน 60% (โดยทั่วไปจะต่ำกว่า 50%) และสามารถลงทุนในตราสารหนี้ได้ถึง 100% ในบางช่วงเวลา 
  • บริหารโดย ‘Marco Pirondini’ ที่มีประสบการณ์ลงทุนมากกว่า 25 ปี และทีมงาน Portfolio Management ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 15 ปี สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม
  • จุดเด่นของกองทุน คือ มีสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้หลากหลายทั่วโลก คัดเลือกให้เหมาะสมตามแต่ละช่วงเวลา และเน้นสร้างกระแสเงินสดจากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
  • ช่วยลดผลกระทบจาก Downside ในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำ เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง จากการมีตราสารบางประเภทที่ให้ Yield สูงขึ้นในช่วงตลาดผันผวน อาทิ Structure Note เป็นต้น

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

14. จัดพอร์ตผสมทั่วโลก เน้นบริหารแบบ Dynamic: TGSMARTRMF-A

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก Schroder ISF Global Target Return ที่ตั้งเป้าหมายสร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอที่ USD Cash +5% ต่อปี บนระยะเวลาถือครองแบบถัวเฉลี่ย 3 ปี (Rolling 3-Year) เพื่อเน้นจำกัดความเสี่ยงขาลงและจัดการความผันผวน
  • ไม่ได้จำกัดการลงทุนอยู่เพียงหุ้นและตราสารหนี้ดั้งเดิม แต่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลกมากกว่า 3,380 รายการ
  • กองทุนหลักมีความคล่องตัวในการปรับสัดส่วนการลงทุน (Dynamic Asset Allocation) ให้เหมาะกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วง แต่ยังจำกัด Drawdown ได้ดีในภาวะวิกฤต เนื่องจากมีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

15. ตราสารหนี้โลก: K-GDBONDRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ที่ลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก 
  • มีจุดเด่นที่การลงทุนแบบเชิงรุก (Active) ปรับสัดส่วนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อสร้างผลตอบแทนเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอ ภายใต้ความผันผวนที่ต่ำ
  • บริหารกองทุนโดย PIMCO Asset Management บริษัทจัดการกองทุนที่มีชื่อเสียงด้านกองทุนตราสารหนี้มาอย่างยาวนาน

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

16. ตราสารหนี้ไทย: KKP INRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • กองทุนตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนทั้งในประเทศไทยเป็นหลัก ทั้งประเภทเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ และตราสารหนี้ภาคเอกชน โดยพิจารณาตราสารหนี้ที่มีฐานะการเงินดี และสภาพคล่องสูง
  • บริหารจัดการแบบ Dynamic ซึ่งจะปรับอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในกองทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด และคัดเลือกตราสารหนี้ภาคเอกชนด้วยความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • กองทุนมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น บริหารงานโดยผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

17. ทองคำ: BGOLDRMF

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

 

  • ลงทุนในกองทุนหลัก SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการซื้อขายและถือทองคำมากที่สุดในโลก 
  • BGOLDRMF ไม่ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้ทิศทางของราคากองทุนสอดคล้องกับราคาทองแท่งในสกุลเงินบาท

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 


 

 

สรุปโพยกองทุนแนะนำ Thai ESG

 

 

1. หุ้นไทยยั่งยืน: TDSTHAIESG-A

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

  • ลงทุนในหุ้นไทยคุณภาพดี ที่มีแนวโน้มจ่ายปันผลสูงและผ่านเกณฑ์การคัดเลือกหุ้น ESG
  • บริหารแบบเชิงรุก (Active Management) เพื่อเน้นสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนีชี้วัด SETESG TRI และบริหารโดยผู้จัดการกองทุนมากประสบการณ์ซึ่งพิสูจน์ฝีมือผ่านการบริหารกองทุน TISCOHD ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น 
  • เน้นคัดเลือดหุ้นแบบ Bottom-Up โดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เช่น การเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง, ผลประกอบการที่ดีและสม่ำเสมอ, มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง รวมถึงประวัติการจ่ายปันผลที่ดีและสม่ำเสมอในช่วง 3-5 ปี ที่ผ่านมา และพิจารณาการเติบโตของปันผลและแนวโน้มการจ่ายปันผลในอนาคต

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

2. กองทุนผสม 70/30: KTAG70/30-THAIESG

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

  • ลงทุนในหุ้นที่ผ่านการคัดเลือก SET ESG Rating ในระดับ A ขึ้นไป สัดส่วน 70% และตราสารหนี้ประเภท Green Bond, Sustainability Bond และ Sustainability – Linked Bond สัดส่วน 30% 
  • เน้นกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ทั้งในส่วนตราสารหนี้และตราสารทุน 
  • ผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration และวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานรายบริษัทแบบเชิงลึกจากฝ่ายวิจัยของ บลจ.

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

 

3. ตราสารหนี้ไทยยั่งยืน: K-ESGBF-THAIESG

 

สรุปรายละเอียดและจุดเด่นกองทุน

 

  • มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งเป็น Green bond, Sustainability bond และ Sustainability - linked bond
  • เน้นลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มที่มีความน่าเชื่อถือระดับ Investment Grade ขึ้นไป โดยมีโอกาสรับผลตอบแทนจากส่วนต่างเครดิต (Credit Spread) จากการลงทุนในหุ้นกู้เอกชน
  • พอร์ตการลงทุนมีดูเรชั่นเฉลี่ยปานกลางที่ 3-7 ปี ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตลาด และมีโอกาสได้รับผลกระทบเชิงลบน้อยกว่าพอร์ตที่ดูเรชั่นยาวกว่า

 

 

ศึกษารายละเอียด นโยบาย ข้อมูล และความเสี่ยงของกองทุนเพิ่มเติม

คลิกเลย

 

เปิดบัญชีกองทุนรวมกับ Finnomena

เพื่อเริ่มต้นลงทุนลดหย่อนภาษี คลิกเลย

 


 

 

ขั้นตอนการคัดเลือกกองทุนแนะนำ

 

เกณฑ์การพิจารณากองทุน Tax Saving Fund ของ Finnomena Funds

การคัดเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2026 ทั้ง RMF และ Thai ESG เราได้พิจารณาจากกองทุน F-Pick ในปัจจุบัน และทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Screening) และวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Screening) เพื่อให้ได้กองทุนลดหย่อนภาษีที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนในระยะยาวจากกองทุนที่มีอยู่ทั้งหมดในประเทศไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Screening)

 

เราพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลังระยะยาว (Long-Term Past Performance) ของกองทุนหลักในต่างประเทศเพื่อให้เห็นถึงผลการดำเนินงานในระยะยาวอย่างแท้จริง ทั้งในแง่ของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สอดคล้องกับระยะเวลาลงทุนในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษี 

แม้ว่าผลตอบแทนในอดีตจะไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต แต่ผลการดำเนินงานย้อนหลังในระยะยาวได้พิสูจน์ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้จัดการกองทุนผ่านวัฏจักรเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่ากองทุนดังกล่าวเหมาะสมสำหรับการลงทุนในระยะยาวอย่างแท้จริง

 

การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Screening)

 

นอกเหนือจากผลการดำเนินงานในอดีตที่เป็นหลักฐานของความสำเร็จในอดีตของกองทุนแล้ว เราได้พิจารณาปัจจัยเชิงคุณภาพของกองทุนเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าความสามารถในอดีตจะสามารถส่งต่อไปยังผลการดำเนินงานในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง

โดยพิจารณาในเรื่องของปรัชญาการลงทุน (Investment Philosophy) และกระบวนการการลงทุน (Investment Process) เพื่อดูว่าภาพรวมการบริหารของกองทุนจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้ดีต่อเนื่องไปในระยะยาวได้หรือไม่ 

อีกทั้งได้เพิ่มการพิจารณาในส่วนของนโยบายการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging Policy) เนื่องจากสถานการณ์ค่าเงินที่ผันผวนและต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเรื่องค่าเงินในปัจจุบันเป็นข้อพิสูจน์แล้วว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงก่อนการลงทุนในกองทุนรวม และส่งผลต่อผลการดำเนินงานของกองทุนเป็นอย่างมาก โดยจะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพในหลายมิติ เพื่อที่จะทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนสามารถสะท้อนออกมาสู่นักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 


 

คำเตือน

: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ Thai ESG กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | บางกองทุนมีการลงทุนกระจุกตัวในประเทศที่ลงทุน จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FinnomenaPort” | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

บริการและความโปร่งใสในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Finnomena

1. ค่าตอบแทนการใช้บริการและคำแนะนำ (Trailer Fee): Trailer Fee คือค่าตอบแทนที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จัดสรรให้กับตัวแทนสนับสนุนการขายหน่วยลงทุน (Selling Agent) โดยแบ่งมาจากค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ที่กองทุนเรียกเก็บอยู่แล้ว ผู้ลงทุนจึงไม่มีภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มเติม

 

  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ทั้งการให้คำแนะนำการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และบริการหลังการขายอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง

 

2. การบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest): เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน เรามีการจัดการใน 2 ระดับ ดังนี้

 

  • ระดับองค์กร (Firm Level): เรามีกลไกคัดเลือกและเสนอขายกองทุนรวมโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน (Best Interest) เป็นสำคัญ โดยใช้ปัจจัยด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณา โดยเฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมมีนโยบายการลงทุนที่คล้ายคลึงกันแต่มีอัตรา Trailer Fee ที่แตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่าการแนะนำกองทุนเป็นไปอย่างเป็นกลางและโปร่งใส
  • ระดับผู้แนะนำการลงทุนอิสระ (Independent IC): ในกรณีที่ท่านรับบริการผ่าน IC อิสระ ผู้แนะนำฯ จะต้องแสดงตนและแจ้งสังกัดอย่างชัดเจน หาก IC มีหลายสังกัดที่อาจให้ผลตอบแทนต่างกัน IC มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวให้ท่านทราบ เพื่อให้ท่านมีข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ

 

3. บริการและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ลงทุน: ลงทุนผ่าน Finnomena ได้มากกว่าแค่การซื้อขาย

 

  • One-Stop Platform: รวมกองทุนชั้นนำจากหลากหลาย บลจ. จบในบัญชีเดียว
  • Smart Tools: เครื่องมือวางแผนและจัดพอร์ต (Portfolio Construction) ตามเป้าหมายและความเสี่ยงที่เหมาะสม
  • Market Insights: อัปเดตข่าวสาร บทวิเคราะห์ และแจ้งเตือนปรับพอร์ต (Rebalancing) ให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ